ท่านที่มีเรื่องราวตลกขบขัน เรื่องราวชวนหัว เรื่องเล่าในวงเหล้า หรือเรื่องราวสองง่ามสามแง่ ทะลึ่งตึงตัง แต่ไม่ถึงกับหยาบโลน ส่งเรื่องราวของท่านมาร่วมเผยแพร่ ใหผุ้อื่นได้ร่วมสุนกสนานร่วมกันที่...
webmaster@yoohhoo.com


 

 


ผู้ชายในฝัน

ชายคนหนึ่งเดินออกจากผับ
มีขอทานคนหนึ่ง หน้าตามอมแมม
ตามตัวสกปรกนั่งอยู่ข้างทาง....

"พี่ๆ ขอตังค์สัก 20 สิครับ
ผมยังไม่ได้กินข้าวเลย" ขอทานเอ่ยปาก
ชายหนุ่มหยุดกึก...แล้วบอกว่า
"เอางี้แล้วกันน้อง ไปกินเหล้าต่อกะพี่ พี่เลี้ยงเอง"

ขอทานบอก "ไม่เป็นไรครับพี่ ผมไม่กินเหล้า"
ชายหนุ่มบอก "งั้นไปเล่นม้ากะพี่มั้ย พี่ออกทุนให้"
ขอทานก็ยังคงปฏิเสธ "ผมไม่เล่นการพนันครับ"
ชายคนนี้เลยถามต่อ "งั้นเอางี้ พี่พาน้องไปลงอ่างดีกว่า"
ขอทานก็ตอบอีกว่า "ผมไม่เที่ยวผู้หญิงด้วยครับ"

ชายหนุ่มเลยยิ้มนิดๆ เหมือนถูกใจ แล้วถามว่า
"เมื่อกี้น้องของตังค์พี่เท่าไหร่นะ"
ขอทานบอก "20 ครับพี่"
ชายหนุ่มเลยก้มหน้าไปกระซิบว่า....
"เอางี้ละกัน พี่ให้น้อง 200 เลย
ไปที่บ้านกะพี่หน่อยเด๊ะ"

ขอทานทำหน้างง "ไปทำไมหรือครับพี่"
ชายหนุ่มควักตังค์พร้อมกับพูดว่า....
"ไปให้เมียพี่มันดูหน่อยหว่ะ ว่าไอ้คนที่ไม่กินเหล้า
ไม่เล่นการพนัน ไม่เที่ยวผู้หญิงน่ะ....สภาพมันเป็นยังไง"


นิยามของคำว่า "จู๋จี่"

เด็กชายปัญญา ในวัย 12 ขวบ
มีความช่างสงสัย เช่นเดียวกับเด็กในวัยเดียวกัน
เขาได้ยินคำว่า "จู๋จี๋" จากเด็กที่โตกว่าพูดคุยกัน
แล้วสงสัยว่ามันคืออะไร และทำกันอย่างไร
จึงไปถามแม่ ให้อธิบายให้ฟัง

แม่ออกอาการเขิน แต่แทนที่จะอธิบายให้ลูกฟัง
เธอกลับบอกด.ช.ปัญญา
ให้ไปซ่อนตัวหลังม่านในห้องรับแขกในคืนวันหนึ่ง
เพื่อดูว่าพี่สาวจู๋จี๋กับเพื่อนชายอย่างไร

เช้าวันรุ่งขึ้น ด.ช.ปัญญา
จึงเขียนบรรยายให้คุณแม่ฟัง ดังนี้...

เจ๊กับเพื่อนชายนั่งคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วเพื่อนของเจ๊ ก็ลุกขึ้นปิดไฟเกือบหมด แต่ไม่หมด
แล้วเขาก็เริ่มกอดจูบเจ๊
ผมว่าเจ๊คงไม่สบาย เพราะเจ๊ทำหน้าแปลกๆ
เพื่อนเจ๊ก็คงคิดอย่างนั้นด้วย
เพราะเขาเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อเจ๊
เพื่อจับดูหัวใจเต้นอย่างที่หมอทำ
ต่างกันตรงที่เขาไม่เก่งเท่าหมอ
เพราะเขาล้วงเปะปะไปหมดเหมือนหาหัวใจไม่เจอ

ผมเดาว่าเพื่อนเจ๊ก็คงไม่สบายด้วย
เพราะอีกแป๊บเดียว ทั้งคู่ก็เริ่มหอบเหมือนหายใจไม่ทัน
มือของเขาอีกข้างคงจะหนาว
เพราะผมเห็นเขาเอาเข้าไปซุกกระโปรงของเจ๊
ถึงตอนนี้รู้สึกว่าเจ๊จะแย่ลง
ผมได้ยินเจ๊ส่งเสียงคราง และบิดตัวกระเสือกกระสน
ถอยร่นไปจนสุดโซฟา
สงสัยว่าเจ๊จะจับไข้ด้วย
เพราะผมได้ยินเจ๊บอกเพื่อนว่าร้อนจัง

แล้วในที่สุด ผมก็รู้ว่าทำไม่เขาถึงไม่สบาย
มีปลาไหลตัวหนึ่ง มุดเข้าไปอยู่ในกางเกงของเพื่อนเจ๊ได้ไงไม่รู้
มันโผล่หัวออกมายาวราว 10 นิ้ว
จริงๆ นะ ผมสาบานได้ เขาคว้ามันไว้ไม่ให้เลื้อยหนึไป
แล้วเจ๊ก็มองเห็นเหมือนกัน
เธอกลัวจนตาเหลือกอ้าปากค้าง
พูดสบถสาบานกับพระเจ้า
ว่าใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา
ผมไม่อยากจะคุย ที่เคยเจอเองอยู่ตัวหนึ่ง
ในบ่อน้ำหลังบ้านใหญ่กว่านี้เยอะ

แล้วเจ๊ก็เกิดบ้าเลือดขึ้นมา
เธอจะฆ่าปลาไหล โดยกัดหัวมันให้ขาด
แต่กัดยังไงก็ไม่ขาด
เจ๊ก็ส่งเสียงร้องแล้วคายมันออกมา
สงสัยจะโดนปลาไหลกัดสู้
แล้วเจ๊ก็ใช้ทั้งสองมือจับมันไว้แน่น
ตอนที่เพื่อนเจ๊ล้วงถุงจากกระเป๋า
ออกมาครอบหัวมันไว้ไม่ให้กัดเจ๊ได้อีก

เจ๊นอนหงายหลังแยกขาออก
เตรียมหนีบไม่ให้มันดิ้น
ส่วนเพื่อนเจ๊ก็นอนทับลงไปอัดมันไว้บนตัวเจ๊อีกที
ท่าทางปลาไหลคงไม่ยอม และสู้ไม่ถอย
เจ๊ร้องครวญครางนอนบิดไปมา
ส่วนเพื่อนเจ๊ก็ออกแรงจนโซฟาแทบหัก
ผมเดาว่าเขาคงช่วยกันอัดก๊อปปี้ปลาไหลตายสนิท

พอผ่านไปพักใหญ่
ทั้งคู่ก็หยุดขยับแล้วถอนใจเฮือก
เพื่อนเจ๊ลุกจากโซฟา ทั้งคู่ฆ่าปลาไหลตายแล้ว
ผมรู้เพราะเห็นมันห้อยต่องแต่งหมดแรงขยับ
ทั้งเจ๊กับเพื่อนคงสู้ปลาไหลกันจนเหนื่อย
แต่ก็จู๋จี๋กันต่อ

เพื่อนเจ๊เริ่มกอดจูบเจ๊อีก
อ้าว...แล้วกัน ปลาไหลมันยังไม่ตาย
มันเริ่มชูหัวขึ้นมาสู้อีก
ผมว่าปลาไหลคงมีเก้าชีวิตเหมือนแมว
คราวนี้เจ๊คงโกรธมากที่ปลาไหลไม่ตาย
เพราะเจ๊กระโดดขึ้นนั่งทับปลาไหล
และขย่มกระแทกลงไปไม่ยอมหยุด
ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมง
ทั้งคู่คงจัดการฆ่าปลาไหลตานสนิท
ผมรู้เพราะเห็นเพื่อนชายของเจ๊
ลอกหนังปลาไหลออกโยนทิ้งลงโถส้วม

จบแล้วครับ
สำหรับนิยามของคำว่า "จู๋จี๋"


หมิ่นประมาท

นักหนังสือพิมพ์ปากจัดนายหนึ่ง
ถูกฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาท
เนื่องจากเขาไปเรียกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง
(ไม่รู้รัฐบาลไหนเหมือน กัน)....ว่า “ควาย”

หลังจากการไต่สวนหลายนัด
ศาลก็ตัดสินให้นักหนังสือพิมพ์
มีความผิดตามฟ้อง
แล้วลงโทษปรับ 5,000 บาทกับจำคุก 1 เดือน
โดยให้รอลงอาญาไว้ก่อน

นักหนังสือพิมพ์รับคำตัดสินอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจนัก
“ถ้ายังงั้นถ้าผมเรียกควายว่ารัฐมนตรี
ผมจะมีความผิดไหมครับ”
เขาถามผู้พิพากษา
“อืม...” ผู้พิพากษาลังเล “ก็คงจะไม่ผิดอะไร”
นักหนังสือพิมพ์ยิ้มรับคำตอบอย่างพอใจ
ก่อนจะหันไปหา รัฐมนตรีคู่กรณี
“ไงครับ? ท่านรัฐมนตรี!”