ท่องแหล่งรมนีย์
ที่ชุมนุมนักศึกษา
ในค่ำคืนศิวิไลซ์
เขาท่องราตรีที่ไหนกัน

เดือนมิถุนายน มหาวิทยาลัยต่างๆ เริ่มทะยอยเปิดเทอม นิสิตนักศึกษาจำนวนไม่น้อยตื่นเต้นดีใจ จะได้พบเพื่อน ทำกิจกรรมรับน้อง กลับไปเหล่สาว หันไปลุ้นหนุ่ม และแน่นอน เดินเข้าสู่ห้องเรียน พากเพียรเก็บเกรด เพื่อสำเร็จการศึกษาสานสร้างอนาคตแก่ตัวเอง

ทว่าในอีกด้านหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าชีวิตร่ำเรียนนั้นแสนเครียด ไหนจะต้องทำตามความคาดหวังของผู้ใหญ่คนรอบข้าง ไหนจะต้องทำคะแนนเยี่ยมๆ เพื่อเป็นใบเบิกทางหางานดีๆ ท่ามกลางโลกแห่งการแข่งขันภายนอก

วัยรุ่นนักศึกษ ก็มีมุมผ่อนคลายตามรสนิยมตามวัย บางคนอาจนึกถึงดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬา แต่เรากำลังจะพูดถึง แหล่งบันเทิงดื่มเที่ยวยอดฮิตของพวกเขา

นักศึกษาสมัยก่อนไม่ค่อยไปไหนไกล ดื่มดิ้นกันแถวมหาวิทยาลัยของตัวเองนั่นแหล่ะ ปัจจุบัน สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ส่วนหนึ่งยังสะดวกดื่มละแวกมหาวิทยาลัยของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่…ไม่ว่าจะเรียนนอกเมืองแถวรังสิต ชานเมืองย่านวิภาวดี - รามคำแหง หรือเมืองชั้นในแถบริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลับฮิตเที่ยวที่เดียวกัน โดยอิงเทรนด์แหล่งฮอตเป็นหลัก

เดี๋ยวนี้ วัยรุ่นนักศึกษานิยมไปดื่มเที่ยวที่ไหน ทำไมชอบไปที่นั่น ร้านโปรดเจ้าประจำมีไหม ร้านอะไร

วิภาวดี 2 ดื่ม..ตั้งแต่บ่าย
ละแวกมหาวิทยาลัยหอการค้าซึ่งอยู่ในซอยวิภาวดี 2 นอกจากมีหอพักและร้านค้ามากมายแล้ว พอตกดึก บรรดาห้องแถวบนถนนเส้นใกล้หอ จะถูกตกแต่งไปด้วยแสงสีจากร้านอาหารกึ่งผับยาวตลอดแนว อาทิ ตุกติก, แรกลิ้น, สุ่มสี่สุ่มห้า, นครเวียงจันทน์, โชคชัย 4 และล่าสุด Improwife ฯลฯ

แหล่งดื่มของเด็กหอไม่ได้อยู่บนถนนเล็กๆ เส้นนี้เท่านั้น หากยังแอบๆ อยู่ตามซอกซอย อย่างทูบีออร์น๊อตทูบี, สาโท และ Little Bar เป็นต้น

Little Bar ขวัญใจเด็กหอ
หนุ่มน้อยผู้ควบบทบาทนักศึกษา และเจ้าของผับแอนด์เรสเตอรองต์ คิดว่าจุดดึงดูดลูกค้าเพื่อนร่วมสถาบัน คือ “บริการรู้ใจ เอนเตอร์เทนลูกค้าดีมั้งครับ ตอนนี้เด็กเสิร์ฟของเราขาด พวกลูกค้าเพื่อนๆ น้องๆ เขาก็เสิร์ฟกันเอง มีความเป็นกันเอง มาเฮฮาเจอเพื่อนสนุกกัน”

เขารีบออกตัวว่าทุกร้านละแวกมหาวิทยาลัยหอการค้าฯแห่งนี้ ถูกจัดว่าเป็นร้านอาหารซึ่งลูกค้าอายุ 18 ปีเข้าได้ ขายเหล้าขายบุหรี่ได้ ทว่าต้องปิดบริการเวลาเที่ยงคืนเป๊ะ

“เวลาเปิดโดยทั่วไปตอนเช้าก็เปิดได้ แต่ร้านของผมเปิดประมาณบ่ายสาม ลูกค้าก็เข้ามาแล้วครับ มากันในชุดนักศึกษานี้แหละ อาจารย์เขาปลงหมดแล้วครับ เพราะแถวนี้เต็มไปหมดแล้วฮะ”

หัวค่ำเริ่มเปิดเพลงช้าๆ ทั้งไทยและเทศ สามทุ่มมีวงดนตรีเล่นโฟล์กสดๆ หลังสี่ทุ่ม เปลี่ยนอารมณ์เปิดเพลงแนวฮิปฮอปผสมแดนซ์ เพราะรู้ใจดื่มมานานหลายชั่วโมงอยากดิ้นแล้วล่ะ

“ลูกค้าที่นี่เปิดเหล้าทุกโต๊ะ ที่ฮิตก็ Hundred Pipers เมื่อก่อน 500 บาท ตอนนี้เปิดเทอมเพิ่งขึ้นราคาเป็น 550 บาท เบียร์ก็มีดื่มบ้างครับ 60-90 บาท มิกเซอร์ 15 บาท ซึ่งถือว่าราคาถูกมากครับ”

ราคากันเองแบบนี้ไม่บริการเฉพาะลูกค้าร่วมสถาบันเท่านั้น หากยังมีลูกค้าต่างสถาบันด้วย “บริการทุกคนเหมือนกันหมดครับถ้าเข้ามาที่ร้านนี้ แต่ผมจะระวังพวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ ไม่ให้เข้าร้านเลย อ้างโต๊ะเต็มอะไรพวกนี้ คือไม่อยากให้มีเรื่อง บางทีพวกน้องๆ เองก็มีเรื่อง ผมจะเข้าไปคุยไปเคลียร์ บอกพี่ขอนะ ออกมาเคลียร์ข้างนอก ก็โอเค เคลียร์กันได้”

ด้วยความเป็นพี่น้องร่วมสถาบันทั้งผู้ขายและผู้ดื่ม Little Bar แห่งนี้จึงแน่นทุกวันไม่เว้นแม้แต่วันหยุดสุดสัปดาห์

ทองหล่อ-เอกมัย แหล่งเที่ยวนศ.ไฮโซ
เริ่มกันต้นซอยเอกมัย ตั้งแต่ร้านบ้านไร่กาแฟ กระเถิบเข้ามาทั้งสองฝั่งซ้ายขวา โดยเฉพาะด้านซ้ายมือ จะเห็นทั้งบรรดาร้านอาหารเริ่ดหรู เรียงรายตลอดแนว สลับกับผับเก๋ๆ อย่างบานบุรี นั่งเล่น ฯลฯ จนถึงก้นซอย ที่จะข้ามสะพานไปถนนพระราม 9

“เปียแชร์ กับฮิปฮอปค่ะที่พวกหนูไป” นักศึกษาสาวหน้าใสเผยร้านโปรด

ทั้งเปียแชร์และฮิปฮอปคลับ ตั้งอยู่ในอาคารเดียวกัน ประตูทางเข้าเดียวกัน แต่แบ่งพื้นที่เช่ากันคนละฝั่ง เปียแชร์ด้านล่าง มีโต๊ะสนุ้กกับมุมดื่มฟังเพลง เปิดแผ่นเพื่ออุ่นเครื่อง ก่อนขึ้นข้างบนแดนซ์ดิ้น ท่ามกลางเสียงดนตรีเล่นสด

ข้างบนคนจะเยอะ แต่ฮิปฮอปคนเยอะกว่า เพราะดนตรีแนวฮิปฮอปกำลังฮิต สาวๆ มาเยอะ หนุ่มๆ ก็ตามมา

ทะลุไปทองหล่อ ไม่ว่าจะผ่านซอยโออิชิหรือซอยแจ่มจันทร์ จะเห็นผับไฮโซเพียบ โดยเฉพาะในโครงการ H1 อันแออัดไปด้วยร้านอาหารกึ่งบาร์แบบไฮโซ ใกล้ๆ ในตึกลิเบอร์ตี้ ก็มี แจ่มบาร์ บอมเบย์บาร์ ที่ทุ่มทุนจ้างลูกเกดนั่งช้างมาเปิดร้านในวัน grand opening อย่างเป็นทางการ ถัดขึ้นมาที่ Room25 ร้านเล็กแต่สวย ไฮโซดาราเพียบ ขึ้นไปอีกกลางซอยก็มีอีกมากมาย อาทิ กึงกะมู เสเพล Escudo Kaze Gigabite ฯลฯ

ทว่า ถ้าถามวัยรุ่นนักศึกษาสาว คำตอบที่ได้จะเป็นว่า "ทองหล่อต้องสองสลึง กับ booze ...สองสลึงร้านสวย ดนตรีดี ราคาก็โอเค ส่วน booze ดนตรีมันส์ ยืนเต้นเบียดกันดี"

สองสลึง สาวตรึม
หันหน้าออกจากซอยทองหล่อ 21 ที่ตั้งของร้านสองสลึง ไปทางซ้ายออกเพชรบุรีตัดใหม่ รถที่จอดตลอดซ้ายขวา ยาวถึงสะพานข้ามคลองตรงตึกลิเบอร์ตี้ เป็นรถของลูกค้าที่มาสองสลึง และถ้าหันหน้าไปทางขวา ฝั่งซ้ายขวายาวไปถึงร้านต้นเครื่อง ก็ล้วนเป็นรถของลูกค้าสองสลึง รวมถึงรถที่เข้าไปจอดในเบนซ์ทองหล่อก็เป็นของสองสลึงด้วย

เจ้าของร้านซึ่งเป็นนักออกแบบตกแต่งภายใน อยากให้เป็นปาร์ตี้เฮาส์ แต่หาบ้านในละแวกทองหล่อ 21 นี้ไม่ได้ เลยตัดสินใจตีทะลุห้องแถว จากเดิม 2 ห้อง เป็น 4 ห้อง และ 7 ห้องในที่สุด โดยมีพื้นที่รองรับลูกค้าทั้งหมด 3 ชั้น จุคนได้ประมาณ 700 คน ไม่นับลานหน้าร้านอีกเกือบ 100 คน

คอนเซ็ปต์ของที่นี่ แบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ ข้อแรก การตกแต่งร้านแนวบาหลี เจ้าของร้านชอบแนวนี้ เขาออกแบบพื้นที่ของตึกให้ออกมาสวยมาก หน้าร้านมีน้ำพุ ดีไซน์ร้านแบบนี้ดึงดูดลูกค้ามาก ข้อสอง เรื่องอาหาร เฟ้นมาอย่างดี เพราะลูกค้ามีหลายกลุ่ม กลุ่มเน้นอาหาร 70% เหล้า 30% กลุ่มเน้นอาหารกับเหล้าอย่างละครึ่ง กลุ่มเน้นเหล้า 70% อาหารกับแกล้ม 30% และกลุ่มเน้นเหล้าอย่างเดียว

ข้อสาม ดนตรีแนวอินดี้ เราจะไม่น้ำเน่าใช้เครื่องดนตรีเยอะ แต่ให้ใช้น้อยชิ้นที่สุด ใช้ความสามารถของนักดนตรีให้มากที่สุด ทุกวงที่มาเล่น ต้องตามคอนเซ็ปต์ของเรา จะมามั่วตามใจฉันไม่ได้ คือ เล่นเพลงตามสมัยนิยม แต่การเล่นเป็นอินดี้

วง Too Young เล่นตั้งแต่หัวค่ำถึงสี่ทุ่มทุกวัน พอสี่ทุ่มครึ่งเป็นอินดี้สองชิ้น บุ๋นกับแสบ เล่นหนักผสมเบาถึงห้าทุ่มครึ่ง เที่ยงคืนถึงตีสอง ก็วง SLB สามชิ้นแต่คุณภาพมาก สาวๆ ติดวงนี้กันมาก นอกจากนี้มีเปิดแผ่นสลับคั่นรายการ ดีเจที่นี่เป็นลูกเจ้าของเงินทุนหลักทรัพย์แต่เอาดีด้านเปิดเพลง เขาทำได้ดีมากทีเดียว

ข้อสุดท้าย คือสายสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ที่นี่เปิดมา 4 ปีแล้ว เดือนแรกๆ ล้มลุกคลุกคลาน แต่เดือนที่ 8 ก็เริ่มดัง คอนเซ็ปต์ คือ เข้าใจเขาทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เอาเปรียบ และตอบแทนแขกทุกรูปแบบ ไม่ว่าเรื่องการบริการ อาหาร หรือดนตรี

กลุ่มลูกค้า
ที่นี่ต้อนรับลูกค้าทุกเพศทุกวัย ยกเว้นนักศึกษาอายุต่ำกว่า 20 ปี และแต่งตัวนักศึกษามา ถ้าแต่งนักศึกษามาต้องมีเสื้อคลุม มิฉะนั้นไม่อนุญาตให้เข้าร้าน

ส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นนักศึกษาหลากสถาบัน จาก ม.กรุงเทพ หอการค้าฯ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ มากันหมด ส่วนเอแบคไม่ต้องพูดถึงเลย เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เอแบคมากันเยอะ

ที่นี่ผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชาย ผู้ชายมาก็เพื่อดูผู้หญิง ผู้หญิงชอบเที่ยวและชอบแต่งตัว พวกเขาชอบแต่งตัวอวดกันแข่งกัน ไม่ใช่แค่เกาะอกสายเดี่ยวซึ่งล้าหลังแล้ว พวกเขาต้องการเริ่ดหรูอลังการ แต่ละคนแต่งตัวสุดยอด ซีทรูอะไรพวกนี้ ต้องมาดูเอง

ราคา
ราคาถูกมากในโซนทองหล่อ มิกเซอร์เพิ่งขึ้นราคาจาก 30 บาท เป็น 40 บาท เปิดเหล้าอย่าง Red Label, Balentine 800 บาท เบียร์ไฮเนเก้น หรือสิงห์เท่ากัน 90 บาท ตัวอย่างราคาข้างต้นถือว่าระดับราคาถูกสุดแล้วในทองหล่อ…โซนคนรวย

BOOZE ดื่มดิ้นเบียดสนุก
เข้าไปในซอยแยกทองหล่อ 10 หรือเรียกติดปากซอยโออิชิ ซ้ายมือมีแหล่งผับบาร์รวมกันอยู่หลากหลายร้าน BOOZE อยู่ในสุดและแขกหน้าร้านในร้านก็แน่นมากที่สุด พื้นที่จอดรถเพียง 25 คัน

คอนเซ็ปต์
คล้ายกับสองสลึง วางแนวทางร้านให้เป็นเหมือนสถานที่กันเอง บรรยากาศสนุกสนาน ลูกค้ามาแล้วรู้สึกอบอุ่นเป็นพี่เป็นน้อง มาแล้วอยากมาอีก ทว่าสไตล์การตกแต่งจะเป็นแนวร่วมสมัย โดยแบ่งออกเป็นสองโซน

โซนข้างนอกไว้ทานข้าว พอตกดึกอยากแดนซ์ก็ย้ายเข้าไปข้างใน ด้านในตีกระจกใสสองชั้น ชั้นหนึ่งมีเวทีเป็นโซนแดนซ์ คนชอบเต้นชอบเสียงเพลงก็จะเต้นกันตรงนั้น เพราะเสียงเพลงดัง ทำให้ดิ้นได้อารมณ์ดี โต๊ะก็ยาวเป็นรูปตัวยู ลูกค้านั่งสบาย หลายคนชอบยืนโยกเต้นข้างโต๊ะ อีกชั้นเป็นชั้นลอย นั่งสบายกว่าแต่ลูกค้าไม่ค่อยชอบอยู่ข้างบนหรอก พื้นที่ทั้งหมดจุได้เหยียบ 1,000 คน

อย่างไรก็ตาม จุดเด่นอย่างหนึ่งเห็นจะเป็นจอทีวีขนาดยักษ์จำนวน 2 จอ ด้านในเดิมมีอยู่แล้ว แต่ด้านนอกเพิ่งติดตั้ง ทำไว้เผื่อถ่ายทอดฟุตบอล 2 แมตซ์พร้อมกัน ก็สามารถฉายได้พร้อมกัน

่วงสองทุ่มวงอะคูสติกเล่นเพลงช้าอุ่นเครื่อง ตกดึกสี่ทุ่มเป็น Live Band ดนตรีแน่น นักร้องสวย ว่ากันว่าแฟนขาแดนซ์กรี๊ดกร๊าดนัก

คอนเซ็ปต์เรื่องอาหาร เน้นความสะอาดมาก เชฟจ้างมาจากโรงแรม และเรื่องความปลอดภัย มีทีม security ของ booze เอง นอกจากให้ความร่วมมือกับทางตำรวจเรื่องตรวจบัตรแล้ว ยังจ้างพิเศษ 10 กว่าคนในวันศุกร์ เสาร์ เพื่อให้ยืนบางจุดข้างใน ดูแลความปลอดภัย ตรงบริเวณชั้นลอย หน้าเวที จะยืนให้เกรงกันว่าอย่ามีเรื่องกัน หรือถ้าเกิดเรื่องแล้ว ก็จะคอยกันไม่ให้ลูกค้าคนอื่นได้บาดเจ็บ

กลุ่มลูกค้า
กลุ่มคนวัยเริ่มทำงาน และนักศึกษาปี 3 ขึ้นไป ต่ำกว่า 20 ปีเข้าไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งนักศึกษาที่มาส่วนใหญ่เป็นเด็กเอแบค ที่อื่นก็มีม.กรุงเทพ รังสิตก็มี แต่ที่เจอเป็นรังสิตอินเตอร์

ลูกค้าของ Booze นิยมมากันเป็นกลุ่มแนวสนุกสนาน เฮฮาปาร์ตี้กันมากกว่า ไม่ไช่มาจีบสาวอะไรเท่าไร จะแบบชอบปาร์ตี้สนุกสนาน เพราะที่นี่เน้นมาแล้วต้องสนุก

ราคา
จากการสุ่มถามราคา มิกเซอร์ตก 40 บาท (เท่ากับสองสลึง) แต่ถ้าเปิดเหล้า อย่าง Red Label 850 บาท ดื่มเบียร์สิงห์ ก็ 100 บาท จัดว่าราคาอยู่ในระดับปานกลางถ้าเทียบตั้งแต่ต้นซอยถึงท้ายซอยทองหล่อ

รัชดาซอย 4 โดนใจวัยโจ๋
"เวลาไม่มีเงิน ก็ไปรัชดาซอย 4 เหล้าถูกดี" สั้นๆ แต่จริงใจจากปากนักศึกษาผู้ไม่ประสงค์ให้อ้างอิงสถาบัน

บริเวณห้องเช่าชั้นเดียวภายในรัชดาซอย 4 ภาคกลางวันเต็มไปด้วยร้านขายเสื้อผ้า ขายอาหารกลางวัน ทำเม็ดเงินกับคนทำงานจากตึกเทเลคอมเอเซีย ครั้นกลางคืน ท้ายซอยกลายเป็นแหล่งผับเล็กๆ จำนวนสามสิบกว่าห้องแออัดเรียงกัน สร้างความบันเทิงยามราตรีแก่วัยรุ่นปัจจุบัน แทนที่อาร์ซีเอ และอ.ต.ก.

ที่นี่เปิดมาเป็นปีแล้ว ช่วงแรก ไม่มีใครรู้จักรัชดาซอย 4 ไม่มีป้ายร้าน ปากซอยก็มืด เป็นเต็นท์รถ ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว เจ้าของโครงการ ช่วยทำใบปลิวแจกทั่วกรุงเทพฯ เจ้าของร้าน ก็ช่วยกันทำป้ายหน้าปากซอยใหญ่ๆ ติดไฟสว่างไสว

หลายร้านต่างเร่งโปรโมตออกทีวีบ้าง ลงหนังสือบ้าง ถี่หน่อยก็ออกคลื่นวิทยุ จัดมินิคอนเสิร์ตเพื่อดึงดูดคนมาดูมาดื่มมาติดใจ พร้อมกลยุทธ์กระตุ้นต่อมเห่อดารา

แถวนี้ดารามีหุ้นส่วนทั้งนั้น ร้านนั้นบอยสเกาท์รุ่นเก่ามาเปิดกับเพื่อน ร้านโน้นของตั๊ก-บงกช ร้านนู้นของแซงค์-ปฏิวัติ ได้ผล เด็กบ้าดาราอยู่แล้ว

ร้านดังๆ ย่านนี้ อย่าง Snop, Rad, บางรัก และ ซาเล้ง ล้วนเน้นกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นนักศึกษา

เด็กที่ไหนก็มาที่นี่ เอแบค หอการค้าฯ มาเพราะใกล้ แต่อย่างม.กรุงเทพ ศรีปทุม ก็เห็นบ่อยๆ

รัชดาซอย 4 ไม่ว่าเราจะเดินไปไหน ก็จะเห็นป้ายโปรโมชันเยอะมากเกือบทุกร้าน เปิดเหล้า 2 ขวด 399 บาทบ้าง 400 บาทบ้าง 500 บาทบ้าง บางร้านแถมน้ำแข็งฟรี

Snop ไม่หล่อแต่เร่งเร้า
เจ้าของร้านบอกว่า จุดดึงดูดน่าจะเป็นคอนเซ็ปต์ของร้านมากกว่า ทำให้เหมือนอยู่บ้าน มีกิน มีนอน มีเตียง ทำจากกำพืดนิสัยที่เราเป็น โดยพื้นฐานผมกินเหล้าในตลาดสามย่าน แสง..แบน มีความยืดหยุ่น เป็นร้านที่กิน กินแล้วดื่ม ดื่มแล้วดิ้น ได้อะไรหลายๆ ประเภท ความรู้สึกสบายๆ ด้วย

ที่นี่ไม่หล่อ เป็นเหมือนฟอร์เรสกัมป์ ภายในร้านมีการเล่าเรื่อง มุมนั้นมีปะๆ ทาสีทองเป็นมุมคุณนายตอแหล รวยไม่จริง ถัดไปเป็นมุมห้องนอนเด็ก มีเตียงมีตุ๊กตา เมื่อก่อนตุ๊กตา แบ่งเป็นหมวดๆ หมวดหมา หมวดเต่า หลังๆ ลูกค้าขอบ้าง ขโมยบ้าง

การตกแต่งภายในร้าน จึงคล้ายบ้านกว้างๆ มีโต๊ะกินข้าวมากมายหลายโต๊ะ ช่วงกลางใกล้เวที และรอบล้อมด้วยโซฟานุ่มๆ เรียงรายรอบร้าน ติดกับมุมเก๋ๆ พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งสารพัดสัตว์ แลดูอบอุ่น บรรยากาศเป็นกันเองทั้งลูกค้า นักร้อง และแม้กระทั่งคนเสิร์ฟอาหารซึ่งสวมหมวกตุ๊กตาน่ารักทุกคน

กลุ่มลูกค้า
มีทั้งน้องๆ มหาลัย และผู้ใหญ่รักสนุก ชอบเฮฮา คาแร็กเตอร์ของคนที่ชอบมาเที่ยว Snop เป็นคนที่ชอบเถิดเทิง เฮฮา รักสนุก แต่งตัวสบาย ไม่ใช่แต่งตัวไฮโซ

ถ้าเป็นนักศึกษาก็ประมาณปี 3 ขึ้น เพราะเด็กกว่านี้เข้าไม่ได้ และคนเริ่มทำงาน หรือทำงานไปแล้ว 7-8 ปี คือ อายุ 27-28 ก็ยังมา ลูกค้าที่นี่อายุไม่เกิน 30

ราคา
โดยราคาในรัชดาซอย 4 ที่นี่แพงกว่าเจ้าอื่น เพราะมิกเซอร์ 40 บาท เบียร์ก็ 130-150 ประมาณนี้ แต่ถือว่าไม่แพง กินด้วย เมาด้วย นั่งฟังเพลงตั้ง 6 ชั่วโมง วงที่เล่นที่นี่ก็อยู่ในระดับเกรดยอดเยี่ยมในตลาดผับ

ที่นี่ถ้าลูกค้าเต็มร้านเมื่อใด ทางร้านจะไม่รับลูกค้าเพิ่ม ให้มาเบียดเสียดลูกค้าในร้านที่มาแต่เนิ่นๆ…แน่นอน

ตื่น’ ทั้งคืนที่ ‘ข้าวสาร’
ค่ำวันศุกร์ การจราจรรอบถนนข้าวสารหนาแน่นคับคั่งกว่าทุกวัน  รถรับจ้างคันแล้วคันเล่า แวะจอดส่งหนุ่มสาวกลุ่มใหญ่บ้างเล็กบ้าง ที่พอลงรถแล้วก็ก้าวฉับๆ ลับหายไปในหมู่คน

แม้ถนนข้าวสารในวันนี้ จะไม่คลาคล่ำไปด้วยวัยรุ่นไทย ชนิดเดินเบียดเสียดไหล่ชนไหล่ เหมือนเมื่อปีกลาย แต่ความนิยมในแง่แหล่งกิน ดื่ม และเที่ยวกลางคืน ยังไม่จางห่างหายหรือตายจากเหมือนย่านอื่น

เราจึงยังพบเห็นวัยรุ่นไทยในชุดนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ เดินเกาะกลุ่มกรีดกรายตลอดแนวถนน โดยมาก มักเริ่มด้วยการเดินดูคนและเดินชมสินค้า สลับกับการซื้อของกินจากรถเข็น เดินเพลินๆ ไม่ทันเหนื่อย ก็สุดถนนอีกด้าน ก่อนจะวกกลับทิศทางเดิมไปจบท้ายยังร้านอาหาร ผับหรือเธค จุดหมายปลายทางของค่ำคืน

บนถนนสายเล็กๆ ระยะทางราว 500 เมตรนี้ ครบครันด้วยสถานบันเทิงทุกแนว ทุกสไตล์ รองรับทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ไหน  จะเป็นร้านเหล้าสำหรับกินดื่ม เคล้าเสียงเพลง  ผับ เธคสำหรับคนชอบเต้นรำ หรือแค่ร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ที่ปล่อยให้นั่งยาวตลอดทั้งคืน

อยากนั่งร้านไหน เช็กอารมณ์และความต้องการให้แน่ใจเสียก่อน

แดนซ์สนั่น 3 ร้านเด็ด
ถ้าตั้งใจมาวาดลวดลายเต้นรำ  มี 3 ร้านเด็ดที่ไม่ควรพลาด....
Susie Pub...ชื่อนี้ขาแดนซ์ทุกคนรู้จักดี ซุกตัวอยู่ในตรอกเล็กๆ ที่เดินทะลุถนนรามบุตรี เปิดเพลงมันเต้นกระจาย มีนักเที่ยวสาวหน้าใสวัยละอ่อน นุ่งห่มน้อยชิ้นเป็นอาหารตา ร้านนี้เต็มเร็วไม่เกิน 4 ทุ่ม

Austin Bar...สำหรับคนปลื้มแนวฮิปฮอป อาร์แอนด์บี ทางเข้า ต้องเดินเข้าซอกหลืบเล็กแคบ ค่าเปิดเหล้าย่อมเยา 400 บาท เบียร์ไฮเนเก้นขวดละ 70 บาท

The Club...หรูสุด ทางเข้าเป็นการเป็นงาน เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง ถ้าเลือกนั่งด้านนอก จะได้อารมณ์เหมือนอยู่กลางหุบเหวลึก  กามิกาเซ่ขายเหยือกละ 450 บาท เบียร์ไฮเนเก้นขวดละ 90 บาท ค่าเปิดเหล้าอยู่ที่ 400 บาท มิกเซอร์รายการละ 30 บาทรวด ที่นี่แขกเข้าช้า กว่าจะเต็มก็ทะลุเที่ยงคืน หนุ่มๆ นิยมมานั่งมองสาวสวย

สองอารมณ์ที่ Buddy Lodge
เดิมคือบาร์เบียร์ดัง Buddy แต่วันนี้แปลงโฉมเป็นอาคารใหญ่ ปรับรูปจากเกสต์เฮาส์ เป็นโรงแรมทันสมัย Buddy Lodge มี 2 ร้านน่านั่งปล่อยอารมณ์

BRICK BAR...อยู่ชั้นล่างด้านในสุด สำหรับคอเพลง Jazz และ Blue โดยเฉพาะ ตกแต่งออกแนวคันทรี ไม่พลุกพล่าน ดนตรีเริ่มเล่น 2 ทุ่มครึ่ง ค่าเปิดเหล้า แสงโสมแบนละ 250 บาท 100 ไปเปอร์ส 600 บาท มิกเซอร์อย่างละ 30 บาท เบียร์ไฮเนเก้นขวดละ 90 บาท สั่งกับแกล้มง่ายๆ ต้มยำกุ้งซดคล่องคอ ราคา 120 บาท ปลานึ่งตัวพอเหมาะจานละ 200 บาท  ราคาสมเหตุผล

Buddy Beer...ได้มุมดีที่ชั้นสอง นั่งสบายๆ เปิดไฟสว่างโทนอบอุ่น สำหรับเรียกหาอารมณ์บาร์เบียร์ดั้งเดิม

กินดื่ม ในบ้านเก่า
หลายๆ ร้านบนถนนข้าวสาร เดิมคือบ้านเก่าในสมัยรัชกาลที่ 5 – 6 นำมาปรับปรุงตกแต่งใหม่ให้ร่วมสมัย แต่ก็ไม่ทิ้งกลิ่นอายบ้านเก่าที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

ต้มยำกุ้ง...ใครไม่รู้จักร้านนี้ขอบอกว่าตกยุค เปิดตลอด 24 ชั่วโมง นั่งกันตั้งแต่ย่ำค่ำจนย่ำรุ่ง ก็ไม่มีใครไล่ จะเลือกที่นั่งในบ้านที่ตกแต่งหรูหรา หรือออกมารับลมธรรมชาติด้านนอกก็ตามแต่อารมณ์ อาหารไทยรสจัดถึงใจ โดยเฉพาะต้มยำกุ้งเมนูเด็ด

Side Walk Cafe...ร้านอาหารกึ่งบาร์ บรรยากาศเยี่ยม ทำเลก็ยอด ที่นั่งด้านนอกเลยมักจะเต็มตลอด วันไหนเซ็งๆ มาคนเดียว นั่งจิบเบียร์ดูคนเดินไปเดินมาก็ไม่มีเขิน เปิดตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน

Molly Bar...กำลังเป็นจุดนัดพบใหม่เต็มแน่นทุกวัน แยกตัวออกจากถนนข้าวสาร เดินทะลุตรอก Suesie Pub ออกสู่ถนนรามบุตรี เลี้ยวซ้ายนิดเดียว ก็จะเจอบ้านเก่าไม่ร้างผู้คนหลังนี้ ด้านนอกฝรั่งเขาจับจอง จนนึกว่าร้านนี้มีแต่คนต่างชาติ แต่พอย่างเท้าเข้าในร้าน คนไทยทั้งนั้นเลย ของตกแต่งล้วนย้อนยุค บนชั้นสองมีโต๊ะพูลให้ประลองฝีมือ ดนตรีนุ่มนวลฟังสบายๆ สั่งต้มยำกุ้งมาซด ราคา 90 บาทเท่านั้น ค่าเปิดเหล้า ขวดเล็ก 300 บาท ขวดใหญ่ 500 บาท เบียร์ไฮเนเก้นขวดละ 70 บาท กามิกาเซ่ เหยือกละ 360 บาท ไม่แพงอย่างที่คิด

ข้อมูล...METRO LIFE