|
|
ชายคาพักกาย ท่วงทำนองของดนตรี ลีลาของเพลงเพื่อชีวิต ง่ายๆ และเป็นกันเองกับทุกคน จำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน เมื่อครั้งที่ผมยังเป็นหนุ่มรุ่นกระทง ผมเคยมีผับประจำอยู่แห่งหนึ่ง ที่จะต้องแวะเวียนไปเป็นประจำ เพราะติดใจในบรรยากาศความเป็นกันเอง และดนตรีเพื่อชีวิตและอีกจิปาถะ ที่สร้างความครื้นเครงได้ตลอดคืน ผับแห่งนี้มีชื่อว่า "ชายคาพักกาย" สมัยนั้น "ชายคาพักกาย" ยังเป็นเพียงผับเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของอาคารฟอร์จูนทาวน์ บนหัวถนนรัชดาภิเษก (เลยแยกอสมท.ไปนิด) แต่ถึงจะเล็ก แต่ก็มีแขกมาอุดหนุนแน่นหนาคราคร่ำทุกคืน เรียกว่าเล็กแต่พริกขี้หนู ว่างั้นเถอะครับ หลายวันก่อน ผมแวะเวียนไปที่อาคารฟอร์จูนทาวน์อีกครั้ง กะว่าจะไปนั่งสัมผัสบรรยากาศเก่าๆ ที่ห่างหายไปนานพอสมควรเสียหน่อย แต่ที่ไหนได้ สถานที่เดิมกับปิดร้างไปเสียแล้ว ถามคนแถวนั้น เขาบอกว่าเดี๋ยวนี้เขาขยายใหญ่โต ไปอยู่บนถนนลาดพร้าวติดๆ กับห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าวแล้ว ...อึอ ใหญ่โตไม่เบาเลยนะเดี๋ยวนี้สำหรับเพื่อนเก่าของผม
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอาเป็นว่าด้วยอาการที่อยากจะสัมผัสกับเพื่อนเก่า วันนั้นผมจึงเลยไปที่ลาดพร้าวตามคำบอกเล่า แล้วก็มาเจอกับเพื่อนเก่าจริงๆ แต่กลายเป็นเพื่อเก่าที่แปลกหน้าไปกว่าเดิม คือมันใหญ่โต รโหฐานกว่าที่ผมคิดเยอะ ตั้งตระหง่านอยุ่บนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ เอาเป็นว่าใหญ่สูสีกับผับเพื่อชีวิตดังๆ ที่เขาไปๆ กันก็แล้วกันครับ บรรยากาศยามค่ำคืนของที่นี่ ผู้คนค่อนข้างมากหน้าหลายตา แต่สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือ ยังคงเน้นบรรยากาศสบายๆ ภายใต้เสียงเพลงเพื่อชีวิตเหมือนเดิม แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เพื่อชีวิตเพียวๆ เสียทีเดียวหรอกครับ เพราะก็ยังมีเพลงป๊อปให้ฟังบ้างผสมผสานปนเปกันไป เรียกว่าไม่ใช้ขาเพื่อชีวิตก็ไปได้ครับ สนุกครื้นเครงเท่ากัน ด้านหน้าถูกปรับแต่งด้วยบรรยากาศบ้านหลังใหญ่ ในรูปแบบโรงเรือนขนาดใหญ่ อย่างที่เราเห็นตามต่างจังหวัดทั่วๆ ไปนั่นแหละครับ จะว่าเป็นโรงนาก็ไม่ใช่ บรรยากาศโดยรวมก็บ่งบอกตัวเองอยู่แล้วว่าเป็นเพื่อชีวิตแน่นอน นับว่ายังคงรักษาบรรยากาศเดิมๆ ของที่เก่าไว้ได้ในระดับหนึ่ง
ภายในร้านดูโอ่โถงกว่าที่คิดมาก ประมาณจากสายตา น่าจะรับคนได้หลายร้อยหรืออาจกว่าพันคนขึ้นไปด้วยซ้ำ ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูกว้างขวาง สบาย ไม่อึดอัด แถมยังมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนๆ อีกต่างหาก เรียกว่าถ้าใครอยากจะไปซึมซับกับบทเพลงจริงๆ ก็มีมุมให้ท่านได้นั่งฮัมเพลงได้อย่างสบายๆ หรือว่าถ้าใครอยากที่จะสนุกสนานกับการโยกย้ายส่ายสะโพก เฮฮาไปตามจังหวะของดนตรี เขาก็มีการแบ่งโซนไว้ให้เหมือนกัน เอาเป็นว่าเลือกได้ตามอัธยาศัยก็แล้วกัน กลางร้านเป็นเวทีขนาดใหญ่ ที่มีนักดนตรีฝีมือพอใช้ได้ เริ่มบรรเลงเพลงกันตั้งแต่หัวค่ำ กับเพลงโฟลคช้าๆ ก่อนที่จะไล่บรรยากาศ เพิ่มดีกรีความครื้นเครงกันด้วยวงแบรนด์เต็มรูปแบบ ในช่วงดึกๆ นอกจากนั้นแล้ว ที่นี่ยังมีศิลปินเพื่อชีวิตดังๆ แวะเวียนมาแสดงอยู่เสมอๆ ทั้งในรูปของการเปิดคอนเสิร์ทเต็มรูปแบบ และแบบธรรมดาเป็นกันเองเหมือนกับนักดนตรีประจำร้านที่เล่นๆ กันอยู่
สิ่งที่เพิ่มเสริมเข้ามา และดูแปลกตากว่าเมื่อก่อน แต่มันก็เสริมให้ดูสมกับโรงเรือนขนาดใหญ่ และค่อนข้างทันสมัยหน่อย ก็คือจอภาพขนาดใหญ่ ที่ถ่ายทอดบรรยากาศบนเวทีให้ทุกคนที่อยู่ในนั้น ได้เห็นกันอย่างถนัดตายิ่งขึ้น อีกทั้งยังรวมถึงระบบแสงสีที่สาดส่องประดับอยู่บนเวที ทำให้บรรยากาศเวลามีคอนเสิร์ทดูสมจริงสมจัง และได้บรรยากาศของคอนเสิร์ทมากยิ่งขึ้น ยิ่งดึก บรรยากาศก็ยิ่งเริ่มครึกครื้น ผู้คนเริ่มทยอยกันมามากขึ้นเรื่อยๆ ความสนุกสนานจากเสียงดนตรี ถูกผสมกับลีลาการยักย้ายส่ายเอวของแขกที่เข้ามาเที่ยว จากโต๊ะหนึ่งขยายไปอีกโต๊ะหนึ่ง หากไม่เช่นนั้นก็จะได้เห็นการชูไม้ชูมือ โยกคลอนลำตัว และร้องตามเสียงเพลงของศิลปินบนเวทีเป็นระยะๆ อย่างสนุกสนาน นอกจากบรรยากาศต่างๆ ของร้านดังที่กล่าวมาแล้ว สิ่งสำคัญอีกส่วนหนึ่งของที่นี่ คือ อาหาร ซึ่งรสชาติก็ไม่เลวเลยทีเดียว แถมสนนราคาก็ไม่ได้แพงไปตามความใหญ่ของพื้นที่เลย เรียกว่าสนุกสนานได้อย่างไม่ต้องเกร็งกัน ว่าจะกระเป๋าฉีกเวลาเช็คบิลก็แล้วกันครับ
นานแล้วหนา ที่ผมร้างราไปจากเสียงเพลงแห่งบทเพลงเพื่อชีวิต แต่ค่ำคืนนี้กับเพื่อนเก่าอย่างที่นี่ ก็ช่วยปลุกความรู้สึกเก่าๆ ของผมให้หวนย้อนกลับมาได้เป็นอย่างดี ไม่เสียแรงจริงๆ ที่ได้มาเยือนอีกครั้ง... |
|