|
|
เสน่ห์แห่งยุคสมัย สีสันราตรีที่แตกต่าง บรรยากาศสบายๆ กลางใจเมือง เคยไหมครับ ที่เย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน จู่ๆ ก็เกิดอยากจะหาที่ผักผ่อนคลายเมื่อยล้ามาเสียเฉยๆ แต่เฝ้าคิดเท่าไหร่ ก็คิดไม่ออกสักที ว่าจะไปที่ไหนดี เพราะเดี๋ยวนี้ที่กินที่เที่ยว มันมากมายเสียเหลือเกิน แถมเหมือนๆ กันไปหมด จนหลายคนไม่มีที่ประจำ ได้แต่วนเวียนหาไปที่นั่นที่นี่ไปเรื่อย พูดง่ายๆ ก็คือปล่อยใจไปตามกระแสนั่นแหละครับ ค่ำคืนวันนี้ก็เช่นกัน ผมปล่อยใจไปตามกระแสอีกครั้ง โดยยังคิดไม่ออกเหมือนกัน ว่าไปที่ไหนดี ถามคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย จนท้ายที่สุด บทสรุปของค่ำคืนนั้นก็มาตกลงที่สุขุมวิท 63 บริเวณริมถนนเอกมัยนั่นแหละครับ เพราะหลายคนบอกว่า ที่นี่ คือที่ที่กำลังเป็นที่กล่าวขานกันมาในหมู่หนุ่มสาววัยทำงานทั้งหลาย นั่นก็คือสถานที่ที่ชื่อเท่ห์ๆ ว่า บาร์บุรี หรือ BAR - BU - REE นั่นเอง BAR - BU - REE แม้จะเป็นร้านที่เปิดได้ไม่นานนัก แต่ก็เป็นที่เลื่องลือในหมู่นักเที่ยวทั้งหลายเป็นอย่างมาก ด้วยรูปแบบร้านที่ตกแต่งทันสมัย เน้นบรรยากาศโปร่งสบาย ด้วยผนังที่เป็นกระจกใส ทำให้สามารถมองเห็นแสงไฟยามค่ำคืนของถนนสุขุมวิทได้พอเพลินๆ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งร้าน ก็มีความหลากหลาย คละเคล้ากันไป มีทั้งเก่าและใหม่ผสมผสานกัน แต่ก็ดูลงตัวและเท่ห์ไปอีกแบบ ไม่เพียงบรรยากาศของร้านเท่านั้น อาหารการกินของที่นี่ก็ค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งไทยและฝรั่งให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบ แถมยังมีบทเพลงเพราะๆ จากดนตรีชั้นดี มาขับกล่อมให้คุณได้เพลิดเพลินตลอดคืนจนได้เวลาร้านปิดอีกด้วย แว๊บแรกเมื่อเลี้ยวรถสู่บริเวณร้าน รู้สึกเหมือนกับหลุดมาสู่บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง ที่แตกต่างจากความแออัดของถนนเอกมัยราวกับอยู่คนละที่ ลานจอดรถกว้างด้านหน้าโล่งๆ มองเห็นทะลุเข้าไปถึงเรือนกระจกด้านใน มองเห็นลีลาและสีสันของผู้คน ที่ดูผ่อนคลายและสบายกว่าชีวิตในชั่วโมงทำงานราวกับอยู่คนละโลก
หลายคนเคยบอกกับผมว่า รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของนักนิยมราตรีไม่เคยแผ่ว ที่นี่คือคำตอบของนิยามข้างต้นได้เป็นอย่างดี เพราะเพียงก้าวแรกที่ก้าวถึง เสียงดนตรีเพลงป็อปกึ่งละติน ก็ดีดดิ้นแว่วไหวให้ครึกครื้นหัวใจ จนร่างกายอดไม่ได้ที่จะสั่นไหวไปตามจังหวะ ห้องโถงภายในร้าน มีผู้คนมากมายหลายหลาก โดยเฉพาะบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ ที่มักมีนักดื่มผู้เปลี่ยวเหงา โดดเดี่ยว หรือกำลังรอใครสักคน มานั่งดื่มพูดคุยฆ่าเวลากับบาร์เทนเดอร์อยู่เป็นประจำ ที่นี่เน้นขายเครื่องดื่มเป็นหลัก ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่ท่านจะได้เห็นลิสรายชื่อของบรรดาค็อกเทลกว่า 60 ชนิด จนชนิดที่เรียกว่า ใครที่ไม่เคยลิ้มลอง รับรองเลือกสั่งกันไม่ถูกก็แล้วกันแหละครับ สำหรับค่ำคืนนั้น บาร์เทนเดอร์แนะนำผมว่าอยากให้ลอง "มิลกี้ สตาร์ บาร์บุรี" ผมก็เลยไม่ขัด ดังนั้น แก้วเล็กๆ ที่ดูหน้าตาคล้ายกับนมผสมน้ำแข็ง จึงถูกนำมาวางตรงหน้า ก่อนที่จะเฉลยว่าแท้จริงแล้วไอ้ที่เห็นนุ่มๆ นี่มันกลับเข้มไปด้วยดีกรีของมาลิบู (Malibu) ผสมกับจิม บีม (Jim Beam) ซึ่งมันจะช่วยกระตุ้นให้คุณตื่นจากความอ่อนเพลียได้ทันตาเลยทีเดียว แล้วสำหรับสาวๆ หล่ะ มีอะไรน่าสนใจสำหรับเธอบ้าง บาร์เทนเดอร์คนเดิมแนะนำว่า ถ้างั้นลอง "มัลติ สครีมมิ่ง ออร์กัสซั่ม" ดู เพราะว่าค็อกเทลสูตรนี้จะมีวิปปิ้งครีมโดรยหน้า ดูเก๋ไก๋คล้ายกับกาแฟคาร์ปูชิโน่ที่คนยุคนี้คุ้นเคย แต่เพิ่มดีกรีด้วยการผสมวอดก้าเข้าไป
ส่วนเรื่องของอาหารนั้น เท่าที่ได้ลิ้มลองชิมดู ผมว่า ริบอาย สเต็ก ที่นี่เขาก็ไม่เลวครับ เนื้อนุ่มๆ ราดเกรวี่ชุ่มๆ กินกับผักหลากหลายชนิดอร่อยเข้ากันได้ดี หรือถ้าใครไม่ชอบ บอกว่าอยากจะขอชิมอาหารไทย ผมว่า เมนูเด็ดของที่นี่อย่าง ปลาช่อนลุยสวน ก็อยู่ในขั้นใช้ได้ครับ แต่สำหรับสาวๆ ที่รักษาทรวดทรงหน่อย ลองสั่งสลัดผลไม้รวมมาทานดูครับ อาหารจานนี้จะมีทั้งแคนตาลูป แตงโม สับปะรด ราดครีมสลัด แถมมีไข่แดงประดับประดามาให้กินแก้เลี่ยน แถมเป็นการรองท้องให้อยู่ได้อย่างสบายๆ ตลอดทั้งคืน เวลาผ่านไป ผู้คนเริ่มหนาตาขึ้นจนเกือบจะเรียกว่าแออัด แต่นั่นแหละครับ ความแออัดถูกกลบเกลื่อ่นด้วยสีสันความสนุกสนานที่มากับเสียงดนตรีอันคุ้นหู ยิ่งดึก จังหวะดนตรีก็เริ่มกระชับขึ้นตามลำดับ หลายคนเริ่มขยับตัวไปตามเสียงเพลง บ้างก็ลุกขึ้นขยับแข้งขยับขา เพื่อเก็บเกี่ยวความสุขกันอย่างเต็มที่ นี่แหละกระมังที่เขาเรียกว่า....รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของนักนิยมราตรี พักกายคลายเหนื่อย อดไม่ได้ที่จะแว๊บออกมาซึกซับบรรยากาศบริเวณสวนด้านนอก ที่บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอีกแบบ สายลมพัดเอื่อย เสียงน้ำพุดังแว่วพอเพลินๆ แถมยังมีแสงวอมแวมจากตะเตียงเล็กๆ ตามราวระเบียงและบนโต๊ะที่วางเรียงราย ดูผ่อนคลายแต่แฝงไว้ด้วยความโรแมนติกอย่างบอกไม่ถูก ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่ ที่หาได้ไม่ง่ายนักจากสถานที่เที่ยวแห่งอื่นๆ โดยเฉาพในย่านกลางใจเมืองเช่นนี้
บาร์บุรี...บาร์ของคนเมืองแห่งนี้ คงไม่ไกลเกินไปกว่าจะมาเยือน กับมื้อค่ำบรรยากาศดีๆ เครื่องดื่มดีๆ เคล้าเสียงดนตรีแห่งยุคสมัย ไม่ว่าจะดึกดื่นคืนไหน ถ้าได้มาสัมผัส รับรองจะต้องกลับมาเป็นคำรบสองอย่างแน่นอน |
|