เคล็ดไม่ลับของคนหนุ่ม

วิธีเร้าอารมณ์สาวๆ

เพื่อให้หล่อนเสียวซ่าน

สุขสมจนถึงจุดสุดยอด

การเร่งเร้าในทางกามารมณ์ หมายถึง "การกระทำให้คู่ร่วมเพศได้รับความสุขเพลิดเพลิน ดื่มด่ำประทับใจในการร่วมเพศมากขึ้นในขีดสูงสุด" นั่นคือคำอธิบาย พอสังเขปของความหมายที่ว่า การเร่งเร้าคืออะไร

ตามปกติแล้ว ฝ่ายชายจะเป็นผู้ทำการเร่งเร้า เพื่อกระตุ้นให้หญิงคู่ร่วมบังเกิดความกระสันต์เสียว และมีอารมณ์ปรารถนาทางเพศทวีขึ้นเรื่อยๆ จนสุกงอม พร้อมรับการร่วมเพศ และสามารถบรรลุจุดสุดยอดได้โดยไม่ยาก

เมื่อฝ่ายชายทำการเร่งเร้าทางกามารมณ์ด้วยความชำนาญนั้น ฝ่ายหญิงจะเกิดอาการ สนองตอบต่อการปลุกเร้า เป็นขั้นๆ รวม 4 ระดับคือ

  • เกิดความรู้สึกทางเพศจากเบาบางจนกระทั่งรุนแรง

  • เสียวสยิวจนถึงที่สุด

  • บรรลุจุดสุดยอดทางกามารมณ์

  • เข้าสู่การผ่อนคลายหลังบรรลุสุข

ผู้ชายที่เจนจัดในการปลุกเร้า จะพบอาการแต่ละขั้นตอนของฝ่ายหญิง ได้ชัดเจน โดยสังเกตจากปฏิกิริยาตอบสนองที่แสดงออกมา เช่น อาการเคลื่อนไหวทุรายทุรน การกอดรัดสัมผัส แรงหายใจ เสียงเพ้อพร่ำคร่ำครวญ และการหลั่งออกของสิ่งหล่อลื่นที่ช่องคลอด เป็นต้น

ฝ่ายชายเองหากได้รับการปลุกเร้า ก็จะมีอาการตอบสนองที่คล้ายคลึงกัน ทั้งนี้เพราะว่าทั้งหญิง และชายนั้น ธรรมชาติได้สร้างความสามารถในการตอบสนองทางเพศมาให้เหมือนๆ กันนั่นเอง

ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายๆ ก็คือ อวัยวะเพศของเด็กชายตัวเล็กๆ หากถูกสัมผัสเคล้าคลึง ไม่ว่าจะจับเล่นเองหรือถูกผู้ใหญ่จับๆ จูบๆ เย้าหยอก เพียงครู่เดียวเท่านั้น จะพบว่าอวัยวะเพศน้อยๆ นั้นจะขยายตัวและแข็งขันขึ้น โดยที่เด็กคนนั้นยังไม่ประสีประสาในเรื่องกามารมณ์เลย แต่ก็สามารถเกิดการตอบ สนองขึ้นได้โดยอัตโนมัติตามธรรมชาติ

แต่ในทางตรงกันข้าม การเร่งเร้าทางกามารมณ์เพื่อให้ผู้หญิงเกิดการ ตอบสนองนั้น ลึกซึ้งและละเอียดอ่อนกว่าในผู้ชายเป็นอันมาก ซึ่งผู้ชายทุกคนควรจะได้ศึกษาเรียนรู้ ให้เข้าใจถ่องแท้ เพื่อจะได้นำไปปฏิบัติการปลุกเร้าได้อย่างถูกต้องและถูกจุดต่อไป

จุดรับความรู้สึกทางเพศของผู้หญิง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ชายจะต้องเรียนรู้ เนื่องจากบางจุดมีมาแต่กำเนิด สะกิดปุบเสียวปับ แต่บางจุดต้อง ได้รับการเร่งเร้าอย่างถูกวิธี จึงจะเกิดความรู้สึกตอบสนอง

วิธีการเร่งเร้า ก็มีความสำคัญที่จะต้องศึกษาเช่นกัน เพราะการเร่งเร้าที่ใช้ได้ผลต่อผู้หญิงคนหนึ่ง โดยเธอมีการตอบสนองที่รุนแรงแจ้งชัด แต่วิธีเดียวกันนี้เมื่อนำไปใช้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง อาจจะไม่สมหวังเลยก็ได้ นอกจากจะไม่ซู่ซ่าแล้ว ยังพาล หมดอารมณ์ไปเลยก็เป็นได้

ดังนั้น จึงไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า การปลุกเร้านั้นเป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์โดยแท้ และวิธีการเร่งเร้า ที่ยอมรับกันกว้างขวางว่าได้ผลดี และใช้ได้กับ ผู้หญิงแทบทุกคน ก็คือ การเร่งเร้าอย่างเหมาะสมที่คลิสตอริส (เม็ดละมุด) ทั้งนี้เพราะคลิตอริส เป็นอวัยวะที่ไวต่อการรับความรู้สึกทางกามารมณ์ และเป็นจุดรับความรู้สึกที่ผู้หญิงทุกคนมีอยู่แต่กำเนิด

อันว่าคลิตอริสนั้น มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายเมล็ดละมุด มีขนาดตั้งแต่ เมล็ดถั่วเขียว จนถึงเมล็ดถั่วลิสง ประกอบด้วยเนื้อพรุน คล้ายอวัยวะเพศ ของชาย มีความไว ต่อการรับความรู้สึกที่สุด หากได้รับการสัมผัสที่นุ่มนวล

โดยหลักการทางแพทย์แล้ว อาการตอบสนองทางกามารมณ์อันเกิดจากการเร่งเร้านั้น เกิดขึ้นโดยได้รับคำสั่งจากประสาท ที่สมองซึ่งส่งตรงไปยัง อวัยวะ และระบบประสาทบริเวณนั้นโดยสมอง จะรวบรวมพลัง ในลักษณะของความรู้สึกเคร่งเครียดทางจิตใจที่เกิดขึ้น เพราะการกระตุ้นเตือนทางกามารมณ์ไว้ แล้วส่งคำสั่งปฏิบัติการตอบสนองไปยังกลุ่มประสาทและระบบกล้ามเนื้อ เส้นโลหิตจะขยายตัวพองโต และกล้ามเนื้อจะเกิดการเบ่งบวม อันเป็นผลจากเลือดคั่งและเพิ่มพลังกล้ามเนื้อ

เมื่อถูกปลุกเร้าจนเกิดความรู้สึกรุนแรงทางกามารมณ์ขึ้นแล้ว ฝ่ายหญิงจะมีความอบอุ่นและชื่นชมยินดีระคนกัน ฝ่ายชายจะสังเกตเห็นได้ว่า ขณะนั้นฝ่ายหญิงจะมีอาการหายใจแรงกว่าปกติ คล้ายๆ กับเหนื่อยหอบ และมีเสียงครางเบาๆ ในลำคอ กล้ามเนื้อเกิดการกระตุก แขนขาและร่างกาย จะบิดเอี้ยวไปมา ถ้าสังเกตให้ดีจะแลเห็นว่ามีผื่นแดง เรื่อๆ ปรากฎที่เต้านม ซึ่งเกิดจากการสูบฉีดโลหิต อย่างรุนแรง ไปยังบริเวณนั้น

หัวใจและขีพจรจะเต้นแรง และเร็วขึ้นกว่าปกติ กล้ามเนื้อจะเกร็งและมีสิ่งหล่อลื่นออกมาเอ่อที่ปากช่องคลอด น้ำหล่อลื่นที่ขับออกมา ที่ปากช่องคลอดนั้น เปรียบได้กับการที่ผู้ชายเกิดความรู้สึกทางเพศอย่างรุนแรง จนอวัยวะเพศแข็งตัว และการขับออกของสิ่งหล่อลื่น ในหญิงนี้เอง ที่บ่งบอกให้ฝ่ายชายรู้ ว่าเธอพร้อมที่จะรับการสอดใส่เพื่อร่วมเพศแล้ว

ปัญหาต่อมาก็คือ การปลุกเร้าทางกามารมณ์ที่ฝ่ายชายกระทำต่อฝ่ายหญิงนี้ จะต้องมากแค่ไหน และนานเพียงใดจึงจะเพียงพอ

คำตอบก็คือ ต้องใช้เวลายาวนานพอ ที่จะกระตุ้นให้ร่างกายของหญิงคู่ร่วมมีการเตรียมพร้อมที่จะรับการร่วมรัก ซึ่งในประเด็นนี้ ฝ่ายหญิงนั่นแหละจะเป็นผู้ตัดสินได้ดีที่สุด ว่าเมื่อไรตนจึงพร้อมที่จะรับการสอดใส่เพื่อดำเนินการร่วมเพศจากชายคู่ร่วม และเป็นหน้าที่ของหญิง ที่จะสำแดง ออกให้รู้ว่าถึงเวลานั้นแล้ว โดยอาจจะบอกตรงๆ ด้วยการชวนให้สอดใส่ หรือจะแสดงกิริยาอื่นใดก็ได้ ที่จะทำให้เขารู้ว่าควรสอดใส่ได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายชายเองก็ย่อมรู้ได้ว่า หญิงคู่ร่วมของตนเกิดความรู้สึกรุนแรงในทางกามารมณ์หรือยัง โดยสังเกตจากการเอ่อซึมของน้ำหล่อลื่น ที่บริเวณปากช่องคลอด การชูชันของหัวนม รวมทั้งการขยายตัวและแข็งชันของคลิตอริส ฯลฯ เมื่อถึง ระยะดังกล่าวนี้ ฝ่ายชายก็ควรที่จะสอดใส่ เพื่อดำเนินการร่วมรักเพื่อพาไปสู่จุดสุดยอดร่วมกันต่อไป

เมื่อถึงจุดสุดยอดในระหว่างการร่วมเพศนั้น กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกาย ของฝ่ายหญิง จะเกิดการเกร็งอย่างรุนแรงชั่ววูบหนึ่ง นั่นคือ ขณะที่เธอ บรรลุจุดกระสันต์สุข หลังจากนี้ก็จะเป็นระยะผ่อนคลายความเครียดเขม็งซึ่งเธอจะตัวเบาหวิว และมีความรู้สึกเป็นสุขอย่างสุดที่จะพรรณนา และในช่วงนี้ หากฝ่ายชายยังคงทำการเร่งเร้ากระตุ้นความรู้สึกต่อไปอีก ฝ่ายหญิงก็สามารถเกิดการ สนองตอบขึ้นมาได้อีกระลอกหนึ่งด้วย

ขั้นตอนภายหลังจากบรรลุจุดสุดยอดทางกามารมณ์ของผู้หญิงกับผู้ชาย จะมีความแตกต่างกันมาก นั่นก็คือ เมื่อผู้ชายได้บรรลุจุดสุดยอด หลั่งน้ำอสุจิ ออกมาแล้ว ความรู้สึกทางกามารมณ์จะเหือดหายไป อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แม้จะทำการกระตุ้นอย่างไรก็จะไม่เกิดการตอบสนอง จนกว่าจะพ้นระยะพักฟื้นไปแล้ว อวัยวะเพศจึงจะตื่นตัวแข็งชันพร้อมร่วมรักได้อีกครั้งหนึ่ง พูดง่ายๆ ก็คือ ผู้ชายจะต้องพักรบชั่วขณะทุกครั้งที่สำเร็จความใคร่แล้ว

แต่สำหรับผู้หญิงแล้ว หลังจากเธอบรรลุจุดสุดยอด ก็ยังสามารถเกิดการตอบสนองทางกามารมณ์ได้อีก หากได้รับการกระตุ้นต่อเนื่อง และเมื่อมีการร่วมรักอีก เธอก็สามารถบรรลุจุดสุดยอดได้อีกไม่มีจำกัด

สิ่งที่ควรทราบตรงจุดนี้ก็คือ การใช้เวลากระตุ้นเพื่อให้หญิงเกิดความรู้สึกตอบสนองอย่างรุนแรงนั้น จะใช้เวลามากหรือน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับธรรมชาติของผู้หญิงแต่ละคน เพราะบางคนก็เกิดความรู้สึกช้า แต่บางคนก็ไว ไม่เท่าเทียมกัน ฝ่ายชายจึงต้องใช้ความสังเกตเอาเอง ว่าหญิงคู่ร่วมของตนได้รับการกระตุ้นปลุกเร็วถึงขนาดแล้วหรือยัง

การบรรลุจุดสุดยอดซ้ำสองของฝ่ายหญิงก็เช่นกัน จะมีได้หรือไม่นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับอารมณ์ต้องการของหญิงนั้น ว่ามีมากหรือน้อยเพียงใด และย่อมต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการร่วมรักของฝ่ายชายด้วย ว่าฉกาจกล้าแกร่งเพียงใด สามารถนำเธอไปสู่แดนสวรรค์แห่งความกระสันต์สวาทเป็นครั้งที่สองหรือไม่

ในผู้หญิงทั่วๆ ไปแล้ว หลังจากบรรลุจุดสุดยอดครั้งแรกแล้ว มักจะเข้าสู่ระยะผ่อนคลาย คือ เกิดความรู้สึกอิ่มทางกามารมณ์ หากฝ่ายชายจะพอเพียงแค่นี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร โดยปกติแล้วจะไม่เรียกร้องต้องการจากฝ่ายชายเพิ่มเติมอีก

เท่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจฝ่ายชายได้อย่างชัดเจน ว่าการเร่งเร้าทางกามารมณ์ต่อฝ่ายหญิงนั้น เป็นความจำเป็น และมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นกุญแจที่จะไข ให้เธอมีโอกาสได้ผ่านเข้าสู่ประตู แห่งความสุขของการร่วมรักได้แน่นอน และรวดเร็วกว่าการร่วมรักโดยที่เธอยังไม่พร้อมรับ

ทำได้อย่างนี้ แล้วชีวิตทางกามารมณ์ก็จะมีแต่ความสดชื่น และมีความสุขไม่จืดจาง อันเป็นยอดปรารถนาของทุกคนทุกคู่อยู่แล้ว ใครละจะปฏิเสธความสุขทางเพศได้? ....