ยืดระยะเวลาหลั่งนานๆ

สูตรสำเร็จของเซ็กส์

ที่หนุ่มๆ ควรรู้

คือน้ำเลี้ยงแห่งความรัก

บ่อยครั้งที่ผู้ชายเมื่อยู่ตามลำพังแล้ว มักจะพูดถึง "ระยะเวลาในการทำรัก" ของตน ไม่แน่นักว่าเพื่อเป็นการเล่าสู่กันฟัง แลกเปลี่ยนความรู้ หรือ "อวดอ้าง" สรรพคุณบางอย่างของตนเอง

สรรพคุณที่มักจะหยิบยกขึ้นมาอวดอ้าง ก็คือเรื่องของ "ความอึด" หรือ "ความทน" ในการทำรักในแต่ละครั้ง ส่วนใหญ่เกณฑ์การตัดสินความเฉียบหรือความยอดเยี่ยมของบรรดาหนุ่มๆ ก็คือ ระยะเวลาในการควบคุมการหลั่ง หรือหลั่งนาน มีน้ำอึกน้ำทนนั่นเอง

ใครขืนพูดถึงอาการ "หลั่งเร็ว" ของตนเองหล่ะก็ จะถูกจัดไว้ในหมวดของชายที่มีปัญหาทันที หมดหนทางในการเป็นฮีโร่ในหมุ่หนุ่มๆ ด้วยกันทันที

ดังนั้น จึงอยากจะพูดถึงหัวใจของ "การหลั่ง" และความจริงเรื่อง "ระยะเวลา" ดูสักหน่อย

ที่จริงระยะเวลาของการหลั่งอาจไม่ใช่ปัญหานัก หากหญิงสาวของเรายอมรับ และเข้าใจในการใช้เวลา

ในหมู่ของคู่รักชนิดรักเดียวใจเดียวแล้ว ช้าเร็วคงไม่มีตัวเปรียบเทียบอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วเป็นอันว่ารู้กัน ทั้งหญิงและชายก็สมควรปรับตัวตามระยะเวลาของกันและกัน

คงต้องย้ำเสมอว่า ความสัมพันธ์ขั้นสุดยอดระหว่างชายกับหญิง ต้องมี "ความรัก" เป็นพื้นฐานรองรับ

ในรายที่รักและเข้าใจกัน อาการ "หลั่งเร็ว" คงไม่ใช่ปัญหาที่จะต้องมากลุ้มอกกลุ้มใจ เพียงแต่ต้องการหาวิธีชะลอการหลั่งไว้บ้าง ซึ่งจะกล่าวถึงในตอนท้าย ว่ามีเทคนิควิธีใดบ้าง

ขอวกกลับไปเรื่องระยะเวลาของการหลั่งที่เหมาะสมกันอีกสักหน่อย...

ความเหมาะสมของการใช้เวลาในการหลั่งนั้น ในรายที่ต้องการยืดเวลาให้ยาวนาน วัตถุประสงค์หลักๆ คือ ต้องการสร้างความกระสันเสียวให้แก่ตนเองและคนรัก ช่วงเวลาสำคัญตรงนี้เอง ที่เราสามารถดำเนินลีลาได้ตามประสบการณ์และความชำนาญ

ไม่ว่าจะพลิกแพลง โลดโผน หรือเดี๋ยวหนักหน่วง เดี๋ยวผ่อนช้า ล้วนเป็นช่วงเวลาของการซ่านเสียวแทบทั้งสิ้น เพื่อความเสียวซ่านสั่งสมถึงขีดสุด นั่นเองคือช่วงเวลาของการซ่านเสียวแท้ๆ ทั้งสิ้น เมื่อความเสียวซ่านสั่งสมถึงขีดสุด นั่นเอง คือช่วงเวลาของการระเบิดน้ำรัก หรือการเข้าถึงจุดสุดยอดของความเสียวของคนทั้งสองฝ่าย

หากพูดให้เป็นวิทยาศาสตร์หน่อย กระบวนการย่อๆ ของเพศสัมพันธ์ คือการเริ่มต้นจากแรงขับทางเพศ กระตุ้นให้เกิดอารมณ์เพศ คือเกิดอารมณ์ใคร่ อารมณ์ที่ว่านี้ต้องการบำบัด หรือไม่ก็สลายไปด้วยการหักเหไปประกอบกิจกรรมอย่างอื่น

การสลายอารฒณ์ใคร่ โดยหันเหความสนใจไปประกอบกิจกรรมอื่นๆ เป็นคำแนะนำสำหรับหนุ่มๆ สาวๆ ที่ยังไม่ถึงวัยอันควรของขนบสังคมการมีเพศสัมพันธ์ ทางออกส่วนใหญ่ยามเกิดอารมณ์ใคร่แล้วเบี่ยงเบนไปสู่กิจกรรมอื่นไม่ได้ มักลงเอยด้วยการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง

แต่สำหรับหนุ่มๆ ที่มีคู่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์แล้ว อารมณ์ใคร่ไม่จำเป็นต้องบำบัดโดยตนเอง แต่บำบัดด้วยคู่รัก

อารมณ์ใคร่ที่เกิดขึ้น จะถูกสานต่อด้วยสายตา คู่รักมักรู้ว่ายามใดเป็นเวลาที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการ ภายหลังการส่งสัญญาณ กระบวนการสัมผัสสัมพันธ์ก็จะเกิดขึ้น

"..เสื้อผ้าของเรากองหลุดลุ่ยอยุ่ที่ข้อเท้า ผมค่อยๆ สลัดมันให้พ้นไปช้าๆ ขณะที่ปากของผมดื่มด่ำสัมผัสความหอมหวานจากรสจุมพิต ลมหายใจอุ่นร้อนของเราประสานกันเป็นจังหวะ มือของเธอลูบไล้อยู่ที่ส่วนสำคัญของผม จากสัมผัสแผ่วเบาที่ส่วนปลาย เธอค่อยๆ คลี่นิ้วรัดไล้ไปทั้งส่วนสัดของส่วนสำคัญนั้น ผมไม่ปล่อยให้เธอรุกไล่ฝ่ายเดียว เมื่อเนินเนื้อของเธอตุบเต้นอยู่ใต้อุ้งมือของผม ผิวกายของเธฮร้อนฉ่าดุจกำลังผิงไฟ ผมเองก็ร้อนฉ่าจากภายใน ถึงเวลาแล้วที่เราทั้งสองจะต้องร่วมมือกันดับไฟนี้..."

จากสัมผัสภายนอก คล้ายการบรรยายตอนหนึ่งในฉากนวนิยายที่หยิบยกมากล่าวข้างต้น ก็ถึงเวลาของการสอดใส่ เสียดสีสัมผัสกัน "ภายใน" ช่วงเวลานี้เองที่หนุ่มๆ กลุ่มหนึ่ง มักแสวงหาเทคนิคการยืดเวลาของการหลั่ง ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้ว มันคือจังหวะของการต้องหลั่ง...ดังนั้น จะยืดมันไปใย

เมื่อร่างกายเกิดอารมณ์ทางเพศ ในทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า อารมณ์เพศเป็นความเครียดอย่างหนึ่ง เมื่อก่อตัวขึ้นและถูกสัมผัสโลมเล้าจนถึงขีดสุดก็จะเกิดการหลั่งขึ้น

ขีดสุดที่ว่านี้ ไม่ได้กล่าวถึงระยะเวลา ดังนั้น จะหลั่งเร็วหรือช้า คงไม่ใช่ปัญหาสากล แต่เป็นปัญหาของ "คู่" มากกว่า หัวใจสำคัญที่หนุ่มๆ พึงตระหนัก ก็คือ ความสุขที่สุดของกระบวนการมีเพศสัมพันธ์ อยู่ที่ทั้งญิงและชายนั้น บรรลุถึงจุดสุดยอดในเวลาพร้อมเพรียงกันหรือใกล้เคียงกันมากที่สุด อันนี้เป็นหัวใจเลยทีเดียวครับ

คราวนี้ก็มาถึงเทคนิคเรื่องการชะลอการหลั่งกันบ้าง เผื่อที่หนุ่มๆ ที่อยากจะยืดระยะเวลาของการสัมผัส ให้ยาวนานยิ่งขึ้นจะได้นำไปใช้

หัวใจของการชะลอการหลั่ง จะเหมือนการที่เราพยายามอัดลมเข้าไปในลูกโป่ง เพื่อรอระยะเวลาของการ "ระเบิด" ที่สุดยอดของจุดสุดยอดอีกชั้นหนึ่ง มิใช่เพื่อ "ข่ม" หรือเก็บไว้คุยอวดกับใครๆ

เทคนิคชะลอการหลั่งทำได้ดังนี้...

  • 1.หากเสียวซ่านสุดๆ ให้หยุดการโยกยัก แต่ค่อยๆ ถอนลำออกจากหุบลึกมาอยู่แถวๆ ทางเข้า เกร็งหน้าท้อง บั้นเอว ผ่อนลมหายใจให้ลึก เบา จนกระทั่งความเสียวเกร็งผ่อนคลายลงไป ค่อยเริ่มโยกยักในจังหวะลีลาใหม่ พึงระวังว่าระยะเวลาของการผ่อนจังหวะ อย่าชะงักจนอีกฝ่ายเสียความรู้สึก ค่อยๆ ผ่อนให้เป็นธรรมชาติ อย่าให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไร มือ ปาก ช่วยทำหน้าที่ชดเชยสัมผัสในช่วงเวลาดังกล่าวได้

  • 2.เมื่อใกล้ถึงจุดตื่นเต้นสูงสุด ถอนท่อนลำออกมา นิ่งไว้ 10-30 วินาที ระหว่างนี้ส่งสัญญาณเปลี่ยนท่า จากนั้นเริ่มลีลาสอดใส่ใหม่อีกครั้ง

  • 3.หากฝ่ายหญิงอยู่ด้านบน และกำลังเพลิดเพลินต่อการควบม้า ส่งสัญญาณให้เธอรู้ ว่าคุณกำลังวิกฤติ ฝ่ายหญิงต้องรีบชะลอม้า โหย่งตัวปลดปล่อยอาชาน้อย ก่อนใช้นิ้วบีบรัดส่วนปลายให้แน่นราว 3-4 วินาที กระบวนการนี้ก่อความเสี่ยวซ่านยิ่งนัก แต่จังหวะของการรับ-ส่งสัญญาณต้องทันท่วงที มิเช่นนั้นไม่ทันการแน่

  • 4.ระหว่างย้ายยักโยกแยงจนใกล้ถึงจุดสุดซ่าน ใช้นิ้วหัวแม้มือกับนิ้งกลางกดบริเวณฝีเย็บ (ระหว่างลูกอัณฑะกับช่องทวารหนัก) สัก 3-4 วินาที เทคนิคข้อนี้มีประโยชน์ตรงที่ไม่ต้องหยุดกิจกรรมสำคัญ หรือทำให้ความเกษมซ่านหยุดชะงัก ทั้งยังไม่ต้องเผยไต๋ให้เธอรู้อีกต่างหาก จากนั้น ดำเนินลีลาของคุณต่อไป

นักเพศวิทยาบางกลุ่ม แนะนำวิธีการชะลอการหลั่งน้ำรักแบบหนึ่งด้วยว่า ระหว่างที่ใกล้จะถึงจุดสำคัญ ให้หันไปคิดเรื่องการบ้านการเมือง ปรัชญา แต่วิธีนี้ไม่น่าจะมีประโยชน์ต่อการเอื้อ "ความสุขที่สุด" บนจุดสุดยอดของกระบวนการสัมผัสสัมพันธ์กันเท่าใดนัก รังแต่จะทำให้เสียอารมณ์เปล่าๆ สู้ปล่อยให้เสียวสุขต่อเนื่อง แล้วระเบิดน้ำรักวิ่งเข้าเส้นชัยไปเลยดีกว่า

แต่หนุ่มๆ อย่าลืมนะครับว่า ผลการสำรวจในหมุ่สตรีเพศ กว่าร้อยละ 60 ระบุว่าเธอไม่เคยถึงจุดสุดยอด หรือมีความสุขสุดยอดเลย แต่ส่วนใหญ่มักแสดงออกซึ่งความสุข เพื่อสร้างความพอใจให้แก่บุรุษ เธอทำเช่นนี้เพราะเธอรักคุณนั่นเอง

เวลาช้าหรือเร็วของการหลั่ง จึงไม่ใช่ปัญหาสำคัญ ความรักต่างหาก ที่เป็นหลบ่อน้ำเลี้ยงสัมพันธภาพในทุกๆ ด้านของชายและหญิง