E-MAIL
จดหมายรักยุคใหม่
สื่อรักที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี
บนเส้นทางดาบสองคม
ของชีวิต
เซ็กส์ และความรัก
คุณลองนึกภาพชาย-หญิงคู่หนึ่ง
ที่มีความสัมพันธ์อบอุ่น
เชื่อใจกันและกันเหมือนรู้จักกันมานาน
ทั้งคู่รักกัน
แสดงความในใจอย่างที่คนรักพึงปฏิบัติต่อกัน
มันก็ไม่แปลกหรอกครับหากคนทั้งสองเคยเป็นเพื่อนเรียน
เพื่อนทำงาน
หรือรู้จักกันมาก่อน
แต่นี่....แท้จริงทั้งสองคนไม่เคยเห็นหน้ากันเลย
ไม่เคยมองลึกลงไปในดวงตากันและกัน
เพื่อค้นหาความเป็นเพื่อน
ไม่เคยหัวเราะหรือร้องไห้ด้วยกัน
และที่แปลกกว่านั้น
คือคนทั้งคู่ไม่เคยพบว่ามีเหตุผลใดที่ต้องพบกัน
ทั้งสองให้ความรักและกำลังใจแก่กันผ่านทาง
E-MAIL หรือ ELECTRONIC MAIL
นั่นเองครับ
เหมือนที่เราเคยเห็นจากภาพยนต์
และละครหลายต่อหลายเรื่องนั่นแหละครับ
ที่พระเอกและนางเอกต่างติดต่อสัมพันธ์กันทาง
E-MAIL นี้
และแน่นอน
การติดต่อวิธีนี้สำหรับสมัยนี้ก็เป็นเรื่องปกติของเราๆ
ท่านๆ ไปเสียแล้ว
มิตรภาพที่เกิดขึ้นทางหน้าจอคอมพิวเตอร์
มีมากรายที่กลายเป็นนัดพบ
อีกมากรายที่เคยสื่อสารกันมา
แต่งงานกัน
และบางคนก็เคยใช้ช่องทางของการสื่อสารแบบนี้
เป็นช่องทางหลักในการดำรงชีพ
เพื่อให้รู้ว่าเขายังเป็นคนของสังคมนี้
ในวันนี้นั้น
ใครๆ
ก็สามารถติดต่อสื่อสารกัน
โดยผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้
โดยใช้วิธีส่ง E-MAIL
สื่อสารกัน
แถมยังสามารถติดต่อกันได้อย่างเป็นความลับเฉพาะส่วนตัว
หรือจะใช้ติดต่อกันในกลุ่มหรือองค์กรในด้านธุรกิจก็ได้
ไม่มีใครว่า
และส่วนใหญ่แล้วบริษัทใหญ่ๆ
สมัยนี้
ต่างก็ใมช้วิธีสื่อสารด้วยวิธีนี้กันทั้งนั้น
และในหมู่คนเหล่านี้
ก็จะมีกลุ่มคนที่ติดต่อสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง
เหมือนเป็นสโมสรเฉพาะกลุ่มของตน
มีการส่งข้อความสื่อสารกันในกลุ่มอยู่เป็นประจำ
ซึ่งข้อความสื่อสารเหล่านี้
ก็จะรวมถึงการหารือกันเรื่องความรัก
เซ็กส์ ความอ่อนหวาน
ไปจนถึงความเร่าร้อนของกามารมณ์ด้วย
E-MAIL
จึงทำหน้าที่เสมือนกามเทพยุคดอทคอม
บางครั้งทำหน้าที่เป็นสิ่งกระตุ้นทางเพศ
แต่ในแง่จิตวิทยา
แพทย์ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้บำบัดอาการทางจิตที่มีสาเหตุมาจากเรื่องเพศ
ยังสงสัยอยู่ว่าอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัยนี้
จะช่วยให้คนมีปัญหาทางจิตลดลง
หรือเป็นโรคระบาดแบบใหม่ที่แพร่ไปกับวิทยาการหรือไม่
มันจะเป็นอย่างไร
หากคุณตกหลุมรักกันโดยผ่านการสื่อสารด้วย
E-MAIL
หลายคู่ไม่เคยพบกันเลย
มีความจำเป็นในการตั้งกฏกติกาอะไร
ก่อนที่จะกระโจนลงไปในวังวนของช่องทางสื่อสารไฮเทคนี้หรือไม่
อะไรที่จะก่อให้เกิดประโยชน์
หรืออะไรจะเป็นพิษภัยในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ต่อไปโลกทั้งโลกจะมุ่งหน้าไปค้นหาแต่เรื่องโป๊ๆ
ที่ส่งผ่านเครื่องมายังบ้านต่างๆ
อย่างไร้การปิดกั้นกระนั้นหรือ
หรือว่าเราจะยอมรับมันเข้ามาเพื่อให้เป็นกามเทพข้ามชาติ
เพื่อให้เหมาะกับยุคไร้พรมแดนเช่นนี้
หากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างกว้างขวางมากเท่าไหร่
แน่นอนที่สุด
เรื่องราวของความรักและเซ็กส์ก็เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ที่จะไม่ให้เกิดขึ้น
จิตแพทย์ในสหรัฐฯ
กำลังประสบปัญหาที่มีผู้ถามขึ้นทุกวัน
ว่าคนที่บอกรักเธอหรือเขาผ่านมาทาง
E-MAIL นั้น
จะเป็นความรักที่แท้จริงหรือไม่
บางคู่ก้าวหน้าถึงขั้นแต่งงานกัน
(หลอกๆ) บนจอ
สาวหนึ่งสารภาพว่าเธอทำอย่างนั้นจริงๆ
เธอพูดคุยแลกเปลี่ยนกับสามีในจินตนาการ
และได้ยอมรับเขามาจนครบวาระการแต่งงานนั้นแล้ว
ทั้งๆ
ที่ไม่เคยพบกันจริงๆ
เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ในแง่ของจิตแพทย์
มีความเห็นว่าการสังสรรค์ผ่านทาง
E-MAIL
นับเป็นการผจญภัยหรือการเดินทางค้นหาอะไรบางอย่าง
ที่ต้องใช้ความกล้าหาญไม่น้อย
เพราะมันเป็นการติดต่อซึ่งต้องใช้ทั้งชีวิตและจิตใจ
ก่อนที่จะมีการกำหนดว่าจะตกลงอยู่กินเป็นผัวเดียว-เมียเดียว
อาจมีการปลดปล่อยให้เฟลิร์ทได้โดยผ่าน
E-MAIL
แถมยังเป็นการปลอดภัย
เพราะคุณอยู่ที่บ้าน
ไม่ได้นำตัวออกไปเสี่ยงแต่อย่างใด
ถ้าคิดว่ามันเป็นความบันเทิงเพียงอย่างเดียว
ข้อดีของการสื่อสารแบบนี้ก็คือ
การเปิดโอกาสให้เลือกเพื่อนหรือมิตรสัมพันธ์ที่กว้างขวาง
ไม่มีกฏเรื่องความสื่อสัตย์จงรักภักดี
ไม่ต้องเขินอาย
จะมีคู่ใคร่สักกี่คนก็มีได้อย่างอิสระ
เนื่องจากไม่มีข้อบังคับของจริยธรรมติดตามมา
แต่ข้อเสียที่เกิดขึ้นกับจิตใจ
คือหลายคนตกเป็นทาสเสพติดเรื่องแบบนี้
หรือบางคนเจ็ยปวดเพราะคิดว่าตนเองอกหัก
ทั้งๆ
ที่เป็นเรื่องเกิดขึ้นเพียงในจินตนาการ
บ่อยครั้งที่จิตแพทย์ถูกจับจองเป็นเจ้าของจากคนไข้
ที่ทึกทักว่าจิตแพทย์ของเขาเป็นคนรัก
เพราะการปรึกษาแพทย์ก็เกิดขึ้นทาง
E-MAIL ด้วยเหมือนกัน
สาวหนึ่งตกหลุมรักหนุ่มผ่านการติดต่อทาง
E-MAIL
หล่อนเขียนข้อความถึงเขาวันละ
5 ครั้ง
แต่ละครั้งเธออยู่ในห้วงอารมณ์เหงา
เปล่าเปลี่ยว
และมีอารมณ์ใคร่
ไม่เพียงแต่จะบอกเขาว่าหล่อนต้องการอยู่ใกล้ชิดเขา
กินอาหารค่ำกับเขา
ไปดูภาพยนต์ด้วยกันหรือเดินเล่นกัน
แต่หล่อนยังบอกถึงความฝันที่หล่อนได้กอด
จูบ
และมีอารมณ์ร้อนสุดขีดบนเตียงในโรงแรมที่เธอคิดว่านัดกับเขาด้วย
เขากลายเป็นเงาในใจของเธออย่างชัดเจน
หล่อนคิดถึงเขาทุกขณะจิต
และเพราะว่าเธอจะติดต่อกับเขาตอนไหนก็ได้
โดยไม่ต้องวกังวลว่าจะรบกวนเขาหรือไม่
เธอเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับตนเอง
ไม่เว้นแม้แต่เรื่องราวในวัยเด็ก
หรือความคิดที่ว่าเธอเป็นเจ้าของเขาเพียงผู้เดียว
แล้วจู่ๆ
ชายคนนั้นก็เลิกการติดต่อกับเธอโดยสิ้นเชิง
หยุดการตอบรับ
หยุดให้กำลังใจในความฝันของหล่อน
และเมื่อกิจกรรมนั้นหยุดกระทันหัน
เธอก็กลายเป็นคนซึมเศร้า
หวาดกลัวและว้าเหว่
ความมั่นใจของเธอหายไปใน
E-MAIL นั้นเอง
เธอคิดมากถึงกับจะฆ่าตัวตาย
เพราะเธอบอกเขามากเกินไป
เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวไปจนสิ้น
เธอกลัวการหักหลังหรือแบล็คเมล์ซึ่งไม่อาจคาดเอาผลที่อาจเกิดขึ้นได้
มองผิวเผิน
การสื่อสารแบบนี้ไม่น่าที่จะมีพิษภัยอะไร
เพราะเป็นการสร้างจินตนาการโดยผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์
ดีกว่าจินตนาการหน่อยหนึ่ง
ตรงที่มีการตอบรับการสนทนา
แลกเปลี่ยนความคิดอ่านความอ่านและความในใจ
แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตกเป็นเหยื่อของการสื่อสารด้วย
E-MAIL นี้ เพราะประมาท
เปิดใจ
เปิดเผยตนเองมาก
จนกลายเป็นปัญหาทางจิตที่แพทย์ต้องยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นการด่วน
เป็นโรคระบาดที่แพร่ขยายอย่างเงียบๆ
และผลที่เกิดขึ้น
เมื่อเกิดกับจิตใจ
ก็ยากจะหยั่งความสูญเสียออกมาวัดเป็นสัดส่วนได้
ยังมีเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่ง
ที่ติดต่อสัมพันธ์กับสาวทาง
E-MAIL
เขาเป็นชายคนเดียวที่มีสัมพันธ์กับผุ้หญิงทีเดียว
5 คน
การแสดงออกซึ่งความอบอุ่น
เห็นอกเห็นใจ
ทำให้สาวๆ
วาดภาพว่าเขาเป็นชายรูปงามเหมือนอย่างความมีน้ำใจของเขา
เขาโกหกทุกคนว่าเขาติดต่อกับหล่อนเพียงคนเดียว
จนกระทั่งแม่สาวคนหนึ่งเกิดไหวตัวสงสัยขึ้นมา
เขาจึงส่งจดหมายไปยังหมุ่สาวๆ
ที่ตนเองรู้จัก
ว่ามีใครรับจดหมายรักจากชายคนนี้บ้าง
ความจึงแตก
ถ้าผู้หญิงเหล่านี้ทำใจได้ว่า
นี่คือการติดต่อกันโดยไม่เห็นหน้าไม่รู้จักกันจริงๆ
หากไม่แล้วอาจมีสักสาวหนึ่งที่หลวมตัวลางานไปฮันนิมูนกับหนุ่มคนนี้เป็นแน่
จิตแพทย์เล่าว่า
ความรักที่เกิดขึ้นผ่านทาง
E-MAIL นี้
อาจกลายเป็นความช้ำได้
เหมือนอย่างหนุ่มสาวคู่หนึ่ง
ที่ตกหลุมรักกันด้วยการเขียนจดหมายติดต่อกันทาง
E-MAIL
ทั้งคู่ปิ๊งกันเพราะความสนใจในนิยายลึกลับด้วยกัน
ไปจนถึงการลองเขียนเรื่องลึกลับจากจินจนาการของแต่ละฝ่ายออกมา
สมมติตัวเองเป็นพระเอก-นางเอกของเรื่อง
แต่เมื่อถึงบทรักที่ผู้เป็นพระเอกแสดงออกมา
คือ
พระเอกมีท่าทีในการร่วมเพศอย่างปฏิเสธรุนแรง
เขาไม่มีสุขกับการสัมผัส
ไม่ชอบการร่วมรัก
หรือแม้แต่การหลั่งน้ำรัก
แต่กลับเห็นว่าการหาความสุขทางเพศเป็นบาป
ความฝังใจในการสัมผัสของเขา
โดยผ่านข้อความอีเลคโทรนิคเหล่านี้
ทำให้ผู้เป็นหญิงหวาดหวั่น
ว่าเขามีความผิดปกติทางจิต
และอาจไม่สามารถปฎิบัติตนเป็นสามีที่ดีได้
หากต้องอยู่ร่วมกันจริงๆ
การสื่อข้อความผ่านทาง
E-MAIL
เป็นการส่อแสดงว่าคนเราไม่ได้ใส่ใจในการแสดงอารมณ์
หรือนิสัยที่แท้จริงออกมา
ความรักต้องการมองข้ามสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ไปเสีย
หากทำได้
บางครั้งแม้ต้องการมองข้ามก็ไม่อาจทำได้
หนุ่มสาวอีกคู่หนึ่งที่ติดต่อกันด้วย
E-MAIL
เริ่มด้วยงานที่ทั้งคู่สนใจ
คือการดูดาวในยามค่ำคืน
ทั้งคู่อยู่กันคนละจังหวัด
แต่ติดต่อกันทุกคืน
พูดคุยถึงทฤษฎีดูดาว
อธิบายความคิดให้กันและกัน
ระยะทางที่ห่างกันไม่ใช่อุปสรรคของความรัก
เขาเสนอให้เธอไปพบเพื่อศึกษาชั้นปริญญาด้วยกัน
เมื่อพบกัน
สิ่งที่เป็นจริงอยู่ไกลจากความคาดหวังเป็นอันมาก
เขาเป็นชายที่มีระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว
แต่เธอเป็นคนหยิบโหย่งชนิดที่เขาทนไม่ได้
แม้ว่าจะพยายามใช้ความผูกพันทางใจที่เคยมีมาก่อนเป็นตัวเชื่อม
แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็จบปริญญาโดยแยกทางกัน
ฝ่ายชายยังคงอยู่กับมารดาและใช้ชีวิตที่มีระเบียบแบบแผนต่อไป
ภัยอีกอย่าของ
E-MAIL
คือการนอกใจคู่สมรส
บ่อยครั้งไปที่ผู้หญิงและผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว
ติดต่อสัมพันธ์กันทาง
E-MAIL
จนเกิดปัญหาหึงหวงกันขึ้นมา
เพราะความไร้พรหมแดนของการติดต่อแบบนี้เป็นเหตุนั่นเอง
นอกจากปัญหาที่กล่าวมาแล้ว
เรื่องราวทางเพศที่แพร่เข้ามาในสื่อข้อความล้ำยุคนี้
ยังปะปนไปด้วยเซ็กส์ที่ไม่ถูกต้องหลายอย่าง
ไม่ว่าการแกล้งทำเป็นเกย์
เลสเปี้ยน
หรือการแลกเปลี่ยนประสบการทางเพศกันอย่างโจ๋งครึ่ม
แถมยังอาจมีสาวขายบริการแอบแฝงมาหาลูกค้าจากวิธีนี้อีกด้วย
ช่องทางการสื่อสารแบบนี้
สามารถทะลุทะลวงเข้าไปในความคิดของผู้คนหลากหลาย
ที่ไม่จำเป็นต้องปรากฏตัว
ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาษาอย่างไม่รับผิดชอบ
หรือหักหาญขนบประเพณี
รวมทั้งการเปลี่ยนจากการใช้เสียงเพื่อโทรศัพท์
เป็นสื่อในการสำเร็จความใคร่
มาเป็นการเขียนลงมาบนหน้าจอให้อ่านกันแทน
ข้อความที่สื่อกันถึงบ้านแบบนี้
ยังมีเรื่องที่ปรับทุกข์หรือแลกเปลี่ยนกันในด้านอื่นๆ
อีกมาก เช่น
ปัญหารูปร่าง
ซึ่งมีสาเหตุมาจากเซ็กส์ที่ไม่ได้รับความสุขเพียงพอเพราะความบกพร่องของร่างกาย
หรือน้อยอกน้อยใจที่ฝ่ายชายสนใจคนที่มีรูปร่างอวบอัดกว่าตน
อันตรายอีกประการหนึ่ง
คือการติดต่อกับคนที่มีสภาพจิตผิดปกติ
แม้ว่าจะอยู่ห่างกันหรือไม่เห็นหน้ากันเลย
แต่ก็อาจก่อกวนให้เกิดความหวาดกลัวหรือวิตกกังวล
สำหรับผู้ปกครองควรสอดส่องดูแลพฤติกรรมการติดต่อกันทาง
E-MAIL ของลูกๆ
บ้างก็จะเป็นการดี
ไม่แน่ว่าขณะที่ลูกอยู่หน้าจอ
ที่พ่อแม่คิดว่าคร่ำเคร่งต่อการเรียนรู้นั้น
บางทีเด็กๆ
อาจกำลังอ่านเรื่องราวเสียวๆ
ของคนสองเพศอยู่อย่างตั้งใจก็ได้
การแพร่หลายเรื่องเซ็กส์ลงไปในจอคอมพิวเตอร์
กลายเป็นเรื่องที่ทำกันอย่างไม่มีข้อจำกัด
ใครก็ตามสามารถปลดปล่อยความคิดและจินตนาการในด้านเพศลงไปอย่างเมามัน
โดยไม่ได้คำนึงถึงผลที่จะติดตามมา
จนมีคำถามว่า E-MAIL
ทำให้จำนวนโทรศัพท์ของคนโรคจิต
ที่ชอบโทรฯ
ไปทำเสียงกระเส่ากับผู้หญิง
หรือบัติสนเท่ห์ของคนวิปริตทางเพศ
ที่เที่ยวส่งออกไปเพื่อสนองความใคร่ของตนเองนั้นลดจำนวนลงหรือไม่
แต่ก็พอนึกออกว่า
คนที่ละเลงความคิดและจินตนากามของตนผ่านจอคอมพิวเตอร์
จะมีเวลานานนับชั่วโมงในการทำรักให้ตนเองบนเก้าอี้ที่มีจอคอมพิวเตอร์อยู่ตรงหน้า
และบางคนใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศของอีกฝ่ายที่ติดต่อด้วย
โดยการบรรยายรายละเอียดในทุกแง่มุม
ผู้หญิงคนหนึ่งสารภาพว่า
เธอได้รับผลดีจากการส่ง
E-MAIL ผ่านคอมพิวเตอร์
นั่นคือเธอสามารถระบายถึงแบบของผู้ชายที่เธอพึงพอใจ
สามารถบรรยายถึงดอกไม้ที่เธอชอบ
บทเพลงที่เธอโปรด
ตลอดจนการสร้างอารมณ์ก่อนการร่วมรักด้วย
เธอเชื่อว่ามันเป็นวิธีที่ทำให้เธอน่าจะได้คู่เคียงเรียงหมอนที่ตรงรสนิยม
เรื่องราวของความรักและเซ็กส์
ที่ดูเหมือนเกิดขึ้นจริงนี้
กำลังเป็นปัญหาใหญ่ให้จิตแพทย์ในสหรัฐฯ
ตามแก้ปมอยู่อย่างใกล้ชิด
ทุกแง่มุมของจิตที่ถูกนำมาตีแผ่เป็นตัวอักษร
หรือเป็นภาพตามจินตนาการของคนนั้น
ยากที่จะหยั่งได้
แพทย์ในสหรัฐฯ
กำลังขบคิดว่ามันเป็นการทำลายให้ความสัมพันธ์ทางเพศตกต่ำลง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนอกใจ
การมีเพศสัมพันธ์ในสายเลือดเดียวกัน
เซ็กส์ซาดิสม์
หรือการหักหลังอื่นๆ
ก็ล้วนเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขโดยด่วน
แม้ว่ามันจะมีส่วนดีอยู่บ้างในความเห็นแพทย์
คือการหลีกหนีจากความเป็นจริงเพื่อสร้างฝันให้สุขชั่วครั้งชั่วคราว
แต่ทั้งหมด
E-MAIL
ก็คือของเล่นชิ้นใหม่
ที่มากับเทคโนรโลยีเท่านั้นครับ
จะดีหรือร้าย
ขึ้นอยู่กับคุณที่เป็นคนใช้เท่านั้นครับ
|