คลี่ปมปัญหาบนเตียง

ทั้งสองต้องช่วยกัน

เพื่อความสอดคล้องและสมดุลย์

ของวิถีแห่งเซ็กส์

เพศสัมพันธ์เป็นกิจกรรมของคน 2 คน ที่อยากจะลงตัวอย่างมีความพอดีทุกคู่ ความสัมพันธ์ด้านเพศก็เหมือนกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิต ที่ต้องมีความสอดคล้องประสานความร่วมมือที่ดีต่อกัน ในช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกัน เพื่อหาช่วงจังหวะที่ตื่นเต้นด้วยกัน

แต่ชีวิตก็ไม่ได้สำเร็จรูปไปเสียทุกครั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นในการมีเพศสัมพันธ์ จึงมีผลกระทบต่อความรู้สึกอย่างช่วยไม่ได้ ความเครียด กระแสความคิดที่มากระทบอารมณ์ จึงก่อปัญหาที่อาจเป็นสาเหตุของการแยกข้างร้างคู่ในที่สุด

ความเครียดที่อาจสร้างปัญหา ได้แก่ การถูกขัดจังหวะในขณะที่คุณและคู่กำลังมีความสุขอยู่บนเตียง แล้วมีคนมาเคาะประตู เพียงเพื่อถามว่าจะฝากซื้อของไหม ช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่นี้ แต่คุณต้องมาสร้างอารมณ์ใหม่ตั้งแต่ต้น หรือโดยความคิดที่แวบขึ้นมาในช่วงเวลานั้น เช่น เรื่องธุรกิจ เรื่องกำหนดในการส่งงาน หนี้สินที่ถึงกำหนดจ่าย เหล่านี้ล้วนสร้างความเครียดให้แก่จิตใจ และส่งให้ร่างกายไม่มีความรู้สึกตอบสนองในการร่วมเพศไปด้วย

ตัวคุณเองอาจเสียความรู้สึกทีดีไป ในขณะที่คู่ของคุณ อาจเสียจังหวะในการสนองตอบ ผู้หญิงที่เรียกร้องต้องการจากคุณมากๆ ในการร่วมรัก อาจทำให้เกิดความเครียดได้อีกทางหนึ่ง ความเครียดที่เกิดขึ้นนี้ มีผลทำให้เกิดความเหนื่อยชาทางเพศได้อย่างไม่รู้ตัว

ถ้าเกิดขึ้นกับผู้หญิง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะมันหมายถึงการดับไฟเสน่ห์หาทั้งมวลให้มอดลง ผลที่เกิดขึ้น คือ เธอจะเหนื่อยหน่าย เบื่อ ไม่มีปฏิกริยาสนองตอบบทรักของคุณ ไม่ถึงจุดออกัสซั่ม คุณก็จะรู้สึกเหมือนนอนคู่กับท่อนไม้

ปัญหาเดียวกัน หรือสืบเนื่องมาจากปฏิกริยาของเธอ จะส่งผลให้ตัวคุณมีปัญหาเรื่องอวัยวะไม่แข็งตัวได้ บ่อยครั้งที่ความเครียดในผู้ชาย ทำให้อวัยวะของเขาไม่แข็งตัวเป็นเวลานาน และวิตกจนกลายเป็นอาการหนึ่งที่ต้องไปพบแพทย์ หากปัญหาเหล่านีกิดขึ้นกับคุณ ลองหาวิธีแก้ไขด้วยวิธีการต่อไปนี้

1.อย่าตีโพยตีพายหรือตำหนิติเตียน หากร่างกายคุณไร้แรงสนองตอบอารมณ์เพศอย่างที่คุณอยากจะเป็น
ร่างกายและการตอบสนองทางเพศ บางครั้งไม่สามารถกระตุ้นได้ดังปรารถนา มันเป็นผลที่เกิดจากความซับซ้อนของความรู้สึกละเอียดอ่อน ถ้าร่างกายไม่แสดงอาการตอบรับ ไม่ได้หมายความว่าเกิดความเจ็บป่วยทางร่างกายเท่านั้น

หากพบว่าคุณเฉี่อยเนือยทางเพศ อาจมีสาเหตุมาจากความเครียด ลองมองย้อนกลับมายังปัญหาของคุณ แล้วค้นให้พบว่ามันเกิดมาจากสาเหตุใด

2.หาสาเหตุของความเครียดนั้นๆ
บางครั้งคุณรู้ว่าปัญหาคืออะไร แต่บางทีเหมือนรู้แต่ไม่ยอมรับว่าใช่ บ่อยครั้งที่เราซ่อนปัญหาไว้เบื้องหลัง และพยายามคิดว่าได้แก้มันแล้ว เพราะเราไม่อยากเผชิญหน้ากับมัน และการค้นพบก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ลองถามตัวเองว่า ชอบ คู่ของคุณไหม ไม่ใช่ รัก แต่เป็นความชอบ คุณโกรธเธอหรือเปล่า หรือคุณกังวล ไม่มั่นใจกับเหตุการณ์บางอย่าง เช่น ไม่อาจร่วมรักกับเธอได้หลังจากที่เธอคลอดบุตรหรือไม่

3.คุยกับเธอถึงสาเหตุแท้จริง ที่ทำให้คุณอารมณ์เสีย หรือรู้สึกไม่สบายใจ
การพูดคุยกันโดยไม่กล่าวโทษกัน จะทำให้คุณค้นพบปมปัญหา หากพบแล้วคุณจะเห็นว่าคุณลดความกังวลลงไปได้มากกว่าครึ่ง เพราะคุณจะหาวิธีรับมือแก้ไขมันได้

หากการแก้ไขทำได้ยาก คุณก็ยังมีหนทางช่วยกันคิดว่า จะตีกรอบให้ปัญหาไม่ให้ลุกลามได้อย่างไร เท่านี้คุณก็ขจัดความเครียดได้ เพราะอย่างน้อยในเวลาที่คุณอยู่ห้องนอนด้วยกัน คุณยังสามารถแบ่งใจมาสนุกเรื่องบนเตียงได้

4.อย่าตอบรับ หากคุณไม่เห็นด้วย
การเอาอกเอาใจ หรือตามใจเธอในเรื่องที่คุณไม่เห็นด้วย เพียงเพื่อให้เธอพอใจ คุณจะเป็นฝ่ายรับความไม่พอใจนั้นมาเสียเอง เป็นต้นว่า ไม่ต้องพยายามจะเมคเลิฟกับเธอ เพราะต้องการให้เธอพอใจ แต่ในขณะนั้นคุณไม่มีอารมณ์หรือความรู้สึกที่จะทำ ในช่วงเวลาอย่างนั้น คุณไม่อาจคาดหวังให้ร่างกายของคุณตอบสนองหรือรุกเร้าได้ดี แล้วในที่สุด ทั้งคุณและเธอก็อาจต้องอารมณ์เสียกันทั้งคู่

คนทั้งสองเพศ ต้องการบางเวลาที่อยู่ใกล้ชิดกัน โอบกอดแสดงความรักความห่วงใย การปลอบประโลมใจ หรืออื่นๆ โดยไม่ต้องมีเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้อง บอกเธอตรงๆ ว่าต้องการกอดเธอไว้ใกล้ๆ ไม่ใช่เพื่อร่วมรัก ดีกว่านอนกับเธอ แล้วให้เธอค้นพบภายหลังว่าใจคุณไม่พร้อม

5.คุณต้องรู้ว่า การมีเซ็กส์ต้องการเวลา
การคลานขึ้นเตียงโดยหวังให้อวัยวะของคุณตื่นตัว หรือของเธอมีน้ำหล่อลื่นทันทีนั้น ไม่ใช่เรื่องของความเป็นจริง เพราะนั่นมีแต่ในหนังโป๊

ที่ถูกคือ คุณทั้งคู่อยู่บนเตียงด้วยกันทั้งเสื้อผ้า แนบชิดกัน เล่าเรื่องวันนั้นให้กันและกันฟัง นวดเฟ้นร่างกายให้กันและกันเพื่อคลายความเครียด โดยเริ่มจากต้นคอ แล้วจึงค่อยปลดเปลี้องเสื้อผ้าออกช้าๆ บางทีคุณทั้งสองอาจอาบน้ำอุ่นด้วยกัน ปล่อยให้เวลาช่วยปลดเปลื้องภาระความกังวลออกไป ก่อนที่คุณทั้งสองจะร่วมรักกัน

6.การเอาความเครียดออกจากตัว ไม่ใช่เรื่องของการเสียหน้า
ถ้าคุณร่วมรักกับใครสักคน โดยเฉพาะคนที่รักและแต่งงานด้วยกันนั้น ต้องรู้ว่า ในห้องนอนไม่มีคำว่าแพ้หรือชนะ เซ็กส์ไม่ใช่เรื่องของการยิงประตุฟุตบอล หรือการทำคะแนนนำ คุณไม่ต้องทำลายสถิติเดิมที่คุณทำไว้ เพราะมันไม่ใช่วิธีพิสูจน์อะไร รวมทั้งไม่ใช่วิธีเพื่อเอาใจใครเลย

การมีเพศสัมพันธ์ เป็นการสื่อสารส่วนตัวระหว่างคน 2 คน มันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่คุณมีต่อกัน และเป็นการหาความสุขทางกายพร้อมๆ กัน กับความสุขทางใจร่วมกัน

อย่าบีบบังคับตนเอง ให้จัดรายการร่วมรักเหมือนการจัดเมนูอาหาร ว่าวันนี้กินอะไร หรือพรุ่งนี้กินอะไร ลองคุยประเด็นนี้กับเธอ แล้วทำตามที่ใจปรารถนาเท่านั้น อย่าตั้งกติกาใดๆ

ในปัจจุบัน ผู้หญิงได้รับรู้มากขึ้น ว่าเธอมีสิทธิ์ที่จะมีความรู้สึกเสียวสุดยอดในการร่วมเพศ สังคมที่เปิดเผยมากขึ้น ทำให้ผู้หญิงบางคนกล้าเรียกร้องเอาความรู้สึกนั้น และเธอคิดว่าฝ่ายชายควรให้เธอได้

ความคิดนี้สร้างความเครียดให้เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะผู้ชายก็ต้องการสร้างความพึงพอใจให้เธอ โดยฝ่ายหญิงคิดว่าเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องทำเช่นนั้น การเสียวสุดยอดที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงเป็นส่วนมาก เกิดขึ้นที่การกระตุ้นคลิสตอริส ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากไม่อาจถึงสภาวะความรู้สึกนี้ได้ ในขณะที่อวัยวะของผู้ชายเคลื่อนไหวในร่างกายของเธอ

หากเพราะความเครียดของคุณทั้งสองเกิดขึ้เนเพราะสาเหตุนเหล่านี้ เรามีขอแนะนำสำหรับผู้ชาย ดังนี้

  • ผู้ชายส่วนมาก ชอบที่จะมองหรือลิ้มรสอวัยวะเพศของผู้หญิง และผู้หญิงเองก็ต้องการยืนยันความคิดนี้

  • อย่าสอดใส่อวัยวะของคุณเข้าไป หากเธอยังไม่มีน้ำหบ่อลื่นที่อวัยวะเพศของเธอ พบว่ายาคุมกำเนิดบางชนิด และวัยที่สูงขึ้นของสตรี มีผลช่วยให้ช่องคลอดเธอแห้ง การใช้เจลลี่ช่วย มีผลดีน้อยกว่าน้ำลายของคุณ หรือน้ำหล่อลื่นของเธอเอง

  • ผู้หญิงบางคนต้องการความรู้สึกถึงมากว่า 1 ครั้ง แต่ในหลายกรณีผู้ชายเองเป็นฝ่ายผลักดัน หลังการเกิดการเสียวสุดยอดครั้งแรกแล้ว คลิสตอริสของเธอจะไวต่อการสัมผัสมากขึ้น หากคุณทำให้เธอโดยเธอไม่ได้ขอ กลับจะกลายเป็นว่าคุณกำลังใช้เธอทดสอบความเก่งกล้าของคุณเอง

  • การถามความรู้สึกของเธอ ว่าเธอถึงหรือไม่ อาจเป็นคำถามที่ทำให้เธอลำบากใจ เพราะหากเธอไม่ เธอจะรู้สึกว่าเธอได้รับน้อยเกินไป แต่ถ้าหากเธอถึงแล้ว ก็อาจเป็นมุมย้อนกลับว่า คุณไม่ได้สังเกตุอากัปกิริยาของเธอเลย หากคุณไม่รู้จริงๆ ว่าเวลาผุ้หญิงเสียวถึงสุดสุดยอดจะแสดงอาการอย่างไร ลองทำออรัลเซ็กส์ให้เธอ เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะแสดงความรู้สึก หากได้รับการปฏิบัติเช่นนั้น ถ้าคุณสังเกตุไม่ได้ หรืออยากไถ่ถาม ควรเลือกคำถามที่ไม่ค่อยเสี่ยง เช่น "ตอนนี้คุณอยากให้ผมทำอะไรให้"

หากคู่ของคุณปฏิเสธอารมร์ของคุณ เธอไม่อยากเมคเลิฟ ควรแสดงความรักด้วยวิธีอื่น และให้ความสำคัญกับความรู้สึกของเธอ การเชิญชวนกับการบีบบังคับ บางครั้งก็อยู่ต่างกันไม่มากนัก ฉะนั้น ต้องใช้ความสังเกตุที่ละเอียดอ่อนสักหน่อย