กามาภาษารัก
สี่ประสานสัมผัส
ตา ปาก มือ
และเสียง
สุดท้ายปลายทางคือสวรรค์
คู่รักที่ใช้ชีวิตคู่มานาน
มักรู้ได้โดยสัญชาตญาณ
ว่าอีกฝ่ายหนึ่งนึกคิดหรือปรารถนาสิ่งใดในขณะนั้น
โดยไม่ต้องเอ่ยถาม
รับรู้ได้ด้วยการสังเกตอาการ
มองตา
หรือบางครั้งไม่เห็นหน้า
พูดคุยทางโทรศัพท์
ก็สามารถที่จะรับรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ด้วยน้ำเสียง
เรื่องอย่างนี้ปกปิดกันยาก
แม้ว่าจะพยายามกลบเกลื่อน
เพียงใดก็ตาม
เขาเรียกว่าเซ้นต์ของความรัก
ความอาทรมันกระซิบบอก
ภาษาตา
ภาษารักแสนสุภาพแต่เร้าใจที่สุดก็คือภาษาตา
เมื่อเรามีโอกาสได้อยู่กันสองต่อสองกับคนรัก
แววตาที่จ้องมองดวงตาคู่นั้นมันอบอุ่น
เอื้ออาทร
และสุดแสนจะ
อ่อนหวานหยาดเยิ้มเชียวแหละ
บอกแล้วไง
ว่าต้องเป็นคนที่เรารักเราปรารถนา
และถ้าเขาหรือเธอก็มีความรักความปรารถนาเฉกเช่นเดียวกัน
ทุกสิ่งทุกอย่าง
ก็จะบังเกิดขึ้นอย่างละมุนละไม
ภายใต้ความสุขอันหวานฉ่ำ
เรียกได้ว่าบนใบหน้าบ่งบอกอะไรต่อมิอะไรได้ลึกซึ้งมากมาย
ภาษาปาก
นอกจากเป็นอวัยวะที่อ่อนนิ่มแล้ว
ยังเป็นสิ่งที่อ่อนไหวอีกต่างหาก
ในขณะที่สมองครุ่นคิดเรื่องหนึ่งเรื่องใดอยู่
จะพบว่าเขาหรือเธอเริ่มมีปฏิกิริยาขยับริมฝีปาก
หรือเผยอปากเล็กน้อย
(ในบางรายอาจมีการกลืนน้ำลาย)
พร้อมกับจ้องมองปากของคุณ
ก็มั่นใจได้เลยว่า
ริมฝีปากอันอ่อนนุ่มนั้น
ปรารถนาให้คุณได้สัมผัส
แต่ถ้าคู่รักของคุณไม่กล้า
ก็จงอย่าอายที่จะจูบก่อน
ภาษามือ
เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดความรู้สึกได้อย่างง่าย
ใช้ได้ในทุกเวลาทุกสถานที่
เป็นความเข้าใจระหว่างคนสองคน
โดยไม่ต้องมีคำพูดใดหลุดออกมาจากปาก
เพียงแค่มือกุมมือ
กดแนบและบีบเบาๆ
เคล้าคลึงไปมาถ่ายทอดความอบอุ่น
ความปรารถนาลงไป
ไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าจะข้าใจว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ถ้าใช้ควบคู่กับสายตาล่ะ
ก็ยิ่งชัดเจน
แล้วอย่างนี้ใครจะไปทนไหว
วันดีคืนดี
หากเธอลุกขึ้นมาสวมชุดนอนวาบหวาม
บางเบาพรมน้าหอมที่ซอกคอ
ซอกแขน และซอกอื่นๆ
อีกมากมาย
ส่งกลิ่นขจรขจายไปทั่วห้อง
นั่นหมายถึงเธอได้ส่งสัญญาแห่งรักให้ทราบแล้ว
แต่ถ้าคุณผู้ชายของเรายังหลับลงล่ะก็
วันรุ่งขึ้น
อาจพบชุดนอนของเธออยู่ในถังขยะหน้าบ้านก็จงอย่าแปลกใจ
ภาษาเสียง
มีภาษารักอีกอย่าง
ที่เราไม่ควรมองข้าม
จัดเป็นภาษารักชนิดหนึ่ง
คงไม่มีใครปฏิ
เสธว่าไม่ชอบ
เสียงที่เล็ดลอดออกมาขณะร่วมรัก
ไม่ว่าจะด้วยอาการเสียวกระสัน
หรือสุขสุดยอดจนควบคุมตัวเองไม่ได้
เสียงนั้นก็จะแย้มออกมาให้ได้ยิน
ทว่าบทรักของคุณเป็นไปอย่างเงียบเชียบ
ไม่ใครก็ใครต้องระแวงแคลือบแคลงใจ
ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร
หากเจ้าหล่อนเงียบไม่ปริปากแม้แต่น้อย
ชายอกสามศอกก็ซึมได้
ความภาคภูมิใจมันหล่นหายไปจากเตียงทันที
แต่ถ้าหล่อนร้องเสียงหลง
มือไม้ตรึงแน่น
สะโพกสะบัดไปมา โอ้!
นั่นคือรางวัลชั้นเยี่ยมของท่านชายเลย
พ่อเจ้าประคุณจะไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย
สู้ตาย...เพราะเขาคิดว่าตนคือผู้พิชิตชัยชนะ
แต่ถ้าฝ่ายชายเงียบกริบไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ
นอนนิ่ง หน้าเฉย
ไม่มีสัญญาณใดส่งมาทายทักให้รู้เลย
แม้ว่าเจ้าหญิงน้อยๆ
ของเขาจะพยายามแล้วพยายามเล่า
ก็คงท้อแท้ได้เช่นกัน
ฉันไม่เก่งหรือไร
หรือเบื่อน้ำพริกด้วยเก่าเสียแล้วต่างๆ
นานาที่สรรหามาขบคิดในสมอง
เผลอๆ
อาจคิดว่าพ่อยอดชายของเธอเซ็กซ์เสื่อมก็เป็นได้
เพราะฉะนั้นเสียงแห่งรักจึงเป็นสิ่งเพรียกหาจากคนรักกันเป็นที่สุด
(แต่ไม่ต้องถึงกับกรีดร้องปานจะขาดใจตายตรงหน้าเหมือนในหนังเอ็กซ์หรอกนะ
นั่นมัน
บทบาทการแสดง
แยกแยะนิดนึง)
...
เมื่อเพลงรักสิ้นสุดลง
ไม่ใช่ต่างคนต่างหันหลังให้กัน
ส่วนใหญ่ท่านชายพอเสร็จกิจ
ข้าก็หันหลังให้โลก
นอนกรนครอกๆ
จนลืมไปว่าใครกำลังนอนอยู่ข้างๆ
และ
เธอผู้น่ารักคนนี้ได้ทำให้คุณขึ้นสวรรค์ไปหมาดๆ
สิ่งที่ท่านชายควรพึงปฏิบัติต่อ
หญิงคนรักหลังจากเสร็จสิ้นกิจแล้ว
ก็คือ การอิงแอบ
กอดก่ายอยู่บนหมอนใบเดียว
กันสัมผัสลูบไล้อย่างอ่อนโยน
(แล้วผลอยหลับไปท่ามกลางอ้อมกอดของกันและกัน
ใครจะไปว่าอะไร)
นั่นหมายถึงภาษารักที่อบอุ่นอย่างสุดวิเศษที่ผู้หญิงทุกคน
ปรารถนา
|