VigRX อาหารเสริมเพิ่มขนาด และเพิ่มสมรรถภาพ






S.E.T. & Finance News Update >>>

หุ้นเด่น...สัปดาห์นี้
15 - 21 มกราคม 2550

ในสัปดาห์ที่สองของปี 2550 (8-12 ม.ค.) ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 645.71 จุด เพิ่มขึ้น 2.79% จากระดับปิดที่ 628.19 จุดในสัปดาห์ก่อน แต่ลดลง 5.0% จากสิ้นปีก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 107.53% จาก 45,092.73 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อนหน้ามาอยู่ที่ 93,580.74 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มจาก 15,030.91 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 19,052.36 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 183.35 จุด ขยับขึ้น 2.1% จาก 179.51 จุดในสัปดาห์ก่อน แต่ลดลง 5.2% จากสิ้นปีก่อน

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นได้จากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยนักลงทุนต่างชาติ กลับมาซื้อสุทธิได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์ ที่ 2.88 พันล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยเป็นกลุ่มที่ขายสุทธิจำนวน 1.5 พันล้านบาท และ 1.38 พันล้านบาท ตามลำดับ

โดยในวันพุธจนถึงวันศุกร์นั้น ดัชนีตลาดหุ้นไทยสามารถฟื้นตัวขึ้นได้ตามลำดับ จากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงานและอสังหาริมทรัพย์ หลังจากที่ทางการได้มีการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าวเพิ่มขึ้น และการที่คาดว่าจะมีจำนวนบริษัทจดทะเบียนไม่กี่ราย ที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับปรุง พ.ร.บ. โดยในวันพฤหัสบดีนั้น ดัชนีปิดเพิ่มขึ้นถึง 2.47% หรือ 15.36 จุด ไปปิดที่ 637.63 จุด นักลงทุนต่างชาติกลับมาเป็นกลุ่มที่ซื้อสุทธิอีกครั้งที่ 2.06 พันล้านบาท

ขณะที่ในวันศุกร์นั้น ดัชนีแกว่งตัวค่อนข้างแคบ โดยยังคงรักษาแรงบวกได้จากวันก่อน และนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อสุทธิถึง 3.8 พันล้านบาท ขณะที่การทะยานขึ้นของตลาดหุ้นหลายแห่งในภูมิภาค ได้ช่วยหนุนบรรยากาศในการซื้อขาย

สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์นี้ (15-19 ม.ค.) ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การปรับตัวของตลาดหุ้นไทย คงจะเป็นไปอย่างระมัดระวัง จากการที่ยังขาดปัจจัยบวกที่ชัดเจนมาช่วยหนุนการซื้อขาย โดยปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความคืบหน้าในการติดตามผู้กระทำความผิด ในเหตุการณ์ลอบวางระเบิด สถานการณ์ทางการเมือง รวมไปถึง มาตรการป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินของธปท. และการปรับปรุง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าวจะยังคงมีผลต่อการซื้อขายในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักลงทุนคงจะจับตามอง ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธปท.ในวันพุธ ซึ่งทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า น่าจะมีการตัดสินใจให้เริ่มใช้อัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ1 วันที่ 5.0%

ทางด้านบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยคาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 632 และ 640 จุด แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 660-665 จุด ตามลำดับ

ข้อมูล...ฐานเศรษฐกิจ

พฤกษา เรียลเอทเตท (PS)

น้ำตาลขอนแก่น (KSL)


ฝ่ายวิจัยฯบล.กรุงศรีอยุธยา คาดว่าภาพรวมอุตสาหกรรม ปี 2550 จะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกนี้ จะได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน จากความไม่สงบที่เกิดขึ้น ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

สำหรับ PS มีแผนเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการทาวน์เฮ้าส์ ที่เป็นจุดแข็งของบริษัท และคอนโดมิเนียม ที่มีการแข่งขันสูงอยู่ในปัจจุบัน โดยทาวน์เฮ้าส์ ราคาจะอยู่ที่ระดับ 1.2-1.7 ล้านบาท ต่อยูนิต ซึ่งคู่แข่งในตลาดส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ประกอบการ นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่วนคอนโดมิเนียม จะเน้นพื้นที่รอบนอกเมือง ที่ระดับราคาขายเฉลี่ยต่อยูนิต 1-3 ล้านบาท

คาดว่า PS สามารถสร้างอัตราเติบโต ของผลประกอบการในปี 2550 ได้ โดยอัตราเติบโตของยอดจองบ้าน เท่ากับ 26% และรายได้รับรู้เท่ากับ 10.6% ส่วนหนึ่งเพราะมีโครงการในมือ ณ สิ้นปี 2549 รองรับอยู่ประมาณ 3.5 พันล้านบาท

คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น PS โดยปรับลดมูลค่าพื้นฐานเป็น 6.05 บาท โดยงานในมือของ PS อยู่ในระดับที่สูงกว่า บมจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ และบมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ที่เน้นอัตราเติบโต ของผลประกอบการ เช่นเดียวกัน อาจทำให้การรับรู้รายได้ของ PS มีความเสี่ยงที่ต่ำกว่า


บล.พัฒนสิน ยังคงคำแนะนำ"ซื้อ" หุ้น KSL ด้วยมูลค่าพื้นฐาน 12 บาท ด้วยสาเหตุที่ ยังมีกำไรสุทธ ิเติบโตอย่างโดดเด่น ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า จากโครงการที่จะเริ่มรับรู้รายได้ ได้แก่ โรงไฟฟ้า โครงการน้ำตาลในลาว และเขมร ซึ่งมีโควตาส่งออกน้ำตาลไปอียู ที่ราคาสูงกว่าตลาดโลก นอกจากนี้ ฐานะทางการเงิน และวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ทำให้บริษัทสามารถแข่งขัน ในอุตสาหกรรมน้ำตาล และเอทานอล รวมทั้งสามารถ ต่อยอดธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้ ถึงแม้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกปี 2550 จะปรับตัวลง แต่ KSL จะมีกำไรจากธุรกิจน้ำตาล เพิ่มขึ้น เพราะผลผลิตอ้อยของไทย ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 20 % จะทำให ้KSL มีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น และการใช้กำลังการผลิต ที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง รวมทั้งราคาน้ำตาลที่ลดลง จะทำให้ราคาอ้อยลดลงด้วย ขณะที่ราคาขาย เอทานอลในประเทศ ที่เป็นไปคาดคือ จะปรับตัวลดลง และอ้างอิงกับตลาดบราซิล ได้รวมอยู่ในประมาณการ ของฝ่ายวิจัยฯบล.พัฒนสินแล้ว

อย่างไรก็ตาม ถ้า KSL ยกเลิกโรงงานเอทานอล ในชลบุรีและกาญจนบุรี จะทำให้ราคาเหมาะสมของหุ้น ลดลงจากเดิม 6 % (บล.พัฒนสิน ให้ราคาเหมาะสมปีนี้ที่ 12 บาท/หุ้น) และถ้าราคาน้ำตาลโลกลดลง 1 เหรียญ/ตัน จากประมาณการ 346 เหรียญ/ตัน ในปี 2550 จะทำให้ราคาเหมาะสมลดลง 0.2 % และถ้าราคาเอทานอลลดลง 1 บาท/ลิตร จากประมาณการ 20 บาท /ลิตร ในปี 2550 จะทำให้ราคาเหมาะสมลดลง 2.5 %

ข้อมูล...นสพ.ฐานเศรษฐกิจ