ในสัปดาห์ที่สองของปี
2550 (8-12 ม.ค.)
ดัชนีหุ้นไทยปิดที่
645.71 จุด เพิ่มขึ้น
2.79% จากระดับปิดที่
628.19
จุดในสัปดาห์ก่อน
แต่ลดลง 5.0%
จากสิ้นปีก่อน
ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์
เพิ่มขึ้น 107.53% จาก
45,092.73
ล้านบาทในสัปดาห์ก่อนหน้ามาอยู่ที่
93,580.74 ล้านบาท
คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มจาก
15,030.91
ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน
มาอยู่ที่ 19,052.36
ล้านบาท
ส่วนตลาดหลักทรัพย์
MAI ปิดที่ 183.35 จุด
ขยับขึ้น 2.1% จาก 179.51
จุดในสัปดาห์ก่อน
แต่ลดลง 5.2%
จากสิ้นปีก่อนดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นได้จากสัปดาห์ก่อนหน้า
โดยนักลงทุนต่างชาติ
กลับมาซื้อสุทธิได้เป็นครั้งแรกในรอบ
4 สัปดาห์ ที่ 2.88
พันล้านบาท
ขณะที่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยเป็นกลุ่มที่ขายสุทธิจำนวน
1.5 พันล้านบาท และ 1.38
พันล้านบาท
ตามลำดับ
โดยในวันพุธจนถึงวันศุกร์นั้น
ดัชนีตลาดหุ้นไทยสามารถฟื้นตัวขึ้นได้ตามลำดับ
จากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มธนาคาร
พลังงานและอสังหาริมทรัพย์
หลังจากที่ทางการได้มีการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับร่าง
พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าวเพิ่มขึ้น
และการที่คาดว่าจะมีจำนวนบริษัทจดทะเบียนไม่กี่ราย
ที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับปรุง
พ.ร.บ.
โดยในวันพฤหัสบดีนั้น
ดัชนีปิดเพิ่มขึ้นถึง
2.47% หรือ 15.36 จุด
ไปปิดที่ 637.63 จุด
นักลงทุนต่างชาติกลับมาเป็นกลุ่มที่ซื้อสุทธิอีกครั้งที่
2.06 พันล้านบาท
ขณะที่ในวันศุกร์นั้น
ดัชนีแกว่งตัวค่อนข้างแคบ
โดยยังคงรักษาแรงบวกได้จากวันก่อน
และนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อสุทธิถึง
3.8 พันล้านบาท
ขณะที่การทะยานขึ้นของตลาดหุ้นหลายแห่งในภูมิภาค
ได้ช่วยหนุนบรรยากาศในการซื้อขาย
สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์นี้
(15-19 ม.ค.)
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า
การปรับตัวของตลาดหุ้นไทย
คงจะเป็นไปอย่างระมัดระวัง
จากการที่ยังขาดปัจจัยบวกที่ชัดเจนมาช่วยหนุนการซื้อขาย
โดยปัจจัยต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นความคืบหน้าในการติดตามผู้กระทำความผิด
ในเหตุการณ์ลอบวางระเบิด
สถานการณ์ทางการเมือง
รวมไปถึง
มาตรการป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินของธปท.
และการปรับปรุง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าวจะยังคงมีผลต่อการซื้อขายในสัปดาห์นี้
ขณะที่นักลงทุนคงจะจับตามอง
ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธปท.ในวันพุธ
ซึ่งทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า
น่าจะมีการตัดสินใจให้เริ่มใช้อัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ1
วันที่ 5.0%
ทางด้านบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยคาดว่า
ดัชนีจะมีแนวรับที่
632 และ 640 จุด
แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่
660-665 จุด ตามลำดับ
ข้อมูล...ฐานเศรษฐกิจ
|