YOOHHOO SCOOP...บทความที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ ที่แข่งขันกันนำเสนอในเชิงลึกอย่างน่าสนใจ ...ถือโอกาสคัดลอกมาเผยแพร่ต่อ เพราะเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์แก่คนในวงกว้าง และใคร่ขออนุญาติเจ้าของงานเขียนชิ้นต่างๆ ไว้ ณ ที่นี้ มิได้จงใจล่วงละเมิดแต่อย่างใด และได้ใส่เครดิตกำกับไว้ทุกชิ้นแล้วครับ ....ด้วยจิตคาระวะ


 

 


อาชีพใหม่นักศึกษา

ซื้อง่าย ขายคล่อง

รายได้ดี มีเงินใช้

แถมยังไม่เปลืองตัว

รู้ไหมว่า เดี๋ยวนี้สาวๆ หลายคนเขามีเงินใช้กันสบายมือ เพราะหันมาจับธุรกิจใหม่ ได้เงินง่ายๆ โดยไม่ต้องเปลืองตัว ไม่ต้องรอแบมือขอเงินจากพ่อแม่

งานที่ว่า มันเกิดขึ้นเพราะมีคนอุบาทว์คิดไม่ซื่อ หาอุบายหลอกคนอื่นด้วยการเอาชุด นักศึกษามาสร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเอง โดยแบ่งปันผลประโยชน์เพียงเศษเสี้ยวให้กับเจ้าของชุดนักศึกษาคนนั้น

น.ส.ก้อย (นามสมมุติ) นักศึกษาสาววัย 19 ปี สาวน้อยเป็นหน้าม้าขายรถให้กับเต็นท์รถแห่งหนึ่ง เธอเล่าอย่างไม่อายใคร เพราะต้องการให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจคนที่อาจจะโดนหลอกว่า.....

ปัจจุบันเต็นท์ขายรถมือสองมักจะมาจ้างนักศึกษาสาวๆ ให้มาเป็นหน้าม้าขายรถ โดยจ้างให้เป็นเจ้าของรถยนต์ และลงโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต

"คนที่ต้องการซื้อรถมือสอง ส่วนใหญ่จะเปิดดูจากอินเทอร์เน็ต โดยหวังว่าอยากได้รถบ้าน รถมือเดียว หวังอยากได้รถที่เจ้าของขายเอง เมื่อความต้องการของคนเป็นเช่นนี้ ทางเจ้าของเต็นท์ จึงจำเป็นต้องจ้างพวกเราให้มาหลอกขายรถ พอนัดกันเรียบร้อยแล้ว ก้อยจะเป็นคนขับรถไปให้คนซื้อดู"

ประโยคที่ใช้ประจำคือ รถคันนี้พ่อซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้กำลังจะเรียนจบ ตั้งใจว่าจะไปเรียนต่อเมืองนอก เลยอยากให้ขายในราคาถูก

แล้วก็ใช้เสน่ห์อ้อนให้ช่วยซื้อหน่อย ไม่นานคนที่จะซื้อรถก็จะใจอ่อน พอตกลงเซ็นสัญญาซื้อแล้ว เจ้าของเต็นท์จะให้เงินค่าจ้างตั้งแต่ 2,500-5,000 บาท ซึ่งค่าจ้างจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับการตั้งราคาในตอนแรกด้วย"

อีกคน น.ส.เปิ้ล (นามสมมุติ) วัย 24 ปี แม้เธอจะจบการศึกษาไปแล้ว เนื่องจากยังหางานทำไม่ได้ เธอจึงหันมายึดอาชีพเป็นหน้าม้าขายรถ เปิ้ลเล่าว่า เธอเคยขายรถมาแล้ว 6 คัน ทุกครั้งที่ไปขายรถสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ชุดนักศึกษา

"ที่สำคัญ ลูกค้าที่ทางเต็นท์ติดต่อให้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายเพราะจะขายง่ายกว่า ซึ่งก็ไม่ใช่กับผู้ชายทุกคน ดังนั้น เจ้าของเต็นท์จึงเลือกคนที่เป็นพวกผู้ชายหัวงูให้มาซื้อกับเรา"

แต่ถึงอย่างไร การทำงานตรงนี้จะจบลงแค่เมื่อขายรถได้เท่านั้น จากนั้นเบอร์ติดต่อที่ให้ไว้กับลูกค้า ทางเต็นท์ขายรถก็จะทิ้งไปเลย หรือไม่ก็เอาไปขายต่อ

การทำงานตรงนี้จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคนขาย แต่เปิ้ลทำได้เพียง 5-6 เดือนก็เลิก เจ้าของเต็นท์เกรงว่าลูกค้าจะจับได้ เพราะทำงานคล่องเกินไป เขาอยากได้เด็กหน้าใหม่ๆ เปลี่ยนเวียนกันเข้ามาทำ ซึ่งจะทำให้คนซื้อเชื่อได้มากกว่า

เวลาที่นัดกันไปดูรถจะนัดช่วงเย็นๆ ค่ำๆ โดยจะอ้างว่าเพิ่งเลิกเรียน ลูกค้าเขาจะดูรถไม่ค่อยถนัด เพราะมันมืดด้วย พอถามเรื่องเครื่องยนต์ เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ตอบอย่างเดียวว่าไม่เคยไปทำอะไร รถไม่เคยชน เป็นรถบ้าน พ่อเพิ่งซื้อให้ตอนเรียนจบ พอดีจะไปเรียนต่างประเทศ คุณพ่อ คุณแม่ก็มีรถแล้ว เลยอยากขายเอาเงินติดกระเป๋าไปเมืองนอกดีกว่า พี่ช่วยซื้อหน่อยนะ ตื้อไว้อ้อนไว้ เดี๋ยวเขาก็ใจอ่อนเอง

ที่ผ่านมาขายรถ 4 คัน แต่ตอนนี้เลิกทำแล้ว เพราะมีงานประจำทำแล้ว ไม่จำเป็นต้องหาเงินทางนี้อีกแล้ว เลยอยากนำเรื่องเหล่านี้มาเล่าเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่น โดยเฉพาะผู้ชาย"

เท่าที่นำข้อมูลของเพื่อนๆ มาประมวล พบว่า ลูกค้าที่โดนหลอก ส่วนใหญ่จะเปิดดูประกาศขายรถจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีอยู่เกลื่อน

เจ้าของเต็นท์ จะให้ซิมมือถือกับนักศึกษาคนที่เข้ามาทำงาน เพื่อให้การติดต่อกันมีความสมจริงสมจัง เมื่องานเสร็จเบอร์ทุกอย่างก็ถูกปิดไม่ได้ถูกใช้อีก เผื่อว่ารถคันที่ขายมีปัญหา คนซื้อจะไม่สามารถตามตัวนักศึกษาสาวคนดังกล่าวได้เลย และจะไม่มีผลกระทบอะไรต่อนักศึกษาสาวคนนั้น

คนที่จะมาทำงานตรงนี้ได้ นอกจากจะต้องพูดเก่ง มีไหวพริบแล้ว ยังต้องสวย หน้าใสวัยนักศึกษาอีกด้วย เรียกว่างานนี้สาวๆ ไม่ต้องเสียตัว ไม่ต้องเสียการเรียน เพราะใช้เวลาทำงานหลังเลิกเรียนเพียงไม่ถึงชั่วโมง แต่ที่เสียคือเสียชื่อ เสียความรู้สึก

แม้สาวๆ เหล่านี้จะไม่ใช่ภาพรวมของนักศึกษาทั้งหมด แต่พวกเธอก็อาศัยชุดนักศึกษาไปหาเงินเข้ากระเป๋าไม่ใช่หรือ !!!

ปัจจุบันมีพ่อค้าหัวใสหลายคนทำเช่นนี้ จึงอยากนำเรื่องราวดังกล่าว มาเปิดเผยให้ได้รับรู้กัน บรรดาผู้ชายที่ชอบแพ้เครื่องแบบนักศึกษา เจอไม้นี้ของบรรดาสาวๆ เข้าไป "จ๋อย" เลย

แล้วสมควรที่จะสงสารผู้ชายเหล่านี้ดีไหมเนี่ย

ข้อมูล...นสพ.มติชนสุดสัปดาห์..