YOOHHOO SCOOP...บทความที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ ที่แข่งขันกันนำเสนอในเชิงลึกอย่างน่าสนใจ ...ถือโอกาสคัดลอกมาเผยแพร่ต่อ เพราะเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์แก่คนในวงกว้าง และใคร่ขออนุญาติเจ้าของงานเขียนชิ้นต่างๆ ไว้ ณ ที่นี้ มิได้จงใจล่วงละเมิดแต่อย่างใด และได้ใส่เครดิตกำกับไว้ทุกชิ้นแล้วครับ ....ด้วยจิตคาระวะ


 

 


ปฏิบัติ"กาม"ทางอากาศ

"Sexphone"

แหล่งหาเงินใหม่

ของผู้หญิงไซด์ไลน์

อาจารย์คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ "ชวนะ ภวกานันท์" เปิดเผยผลการศึกษาด้านการตลาดตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน มีประเด็นที่น่าสนใจ เป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นภาวะปัจจุบันของสังคม "ชาวพุทธ" ที่กำลังถูกชอนไช ถูกกลืน ด้วยวัฒนธรรมตะวันตก

นั่นคือ เรื่องราวของ "เซ็กซ์" ที่ไม่ธรรมดา หรือ "เซ็กซ์โฟน" กำลังระบาดเข้ามาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เยาวชนคนหนุ่มสาวของไทยถูกครอบงำด้วยเรื่องของ "เซ็กซ์" ในรูปแบบเช่นที่ว่านี้จนเต็มหน้าจออินเตอร์เน็ต

"เซ็กซ์โฟน" ที่อาจารย์คณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ศึกษาเป็นการสำรวจพูดคุยกับคนที่ใช้บริการ และพูดคุยกับผู้ให้บริการด้วย รวมทั้งยังมีทีมวิจัยที่มีนักศึกษาทดลองเข้าไปใช้บริการเก็บข้อมูลมาด้วย

การสำรวจพบว่าผู้ที่ให้บริการเซ็กซ์โฟน มี 3 กลุ่ม โดยทั้งหมดเรียกกันว่า "การปฏิบัติการทางอากาศ" ได้แก่

พวกแรก เป็นผู้หญิงที่เคยประกอบอาชีพขายบริการทางเพศ หรือ นางทางโทรศัพท์มาก่อน จากนั้นปรับเปลี่ยนวิธีการมาให้บริการทางโทรศัพท์แทน เพื่อยกระดับตัวเอง รวมถึงหญิงใจแตกที่เสียตัวแล้ว หรือถูกทิ้ง อกหักมาหลายครั้งจึงหาวิธีสร้างประโยชน์ให้ตัวเอง

พวกที่สอง เป็นกลุ่มสมัครเล่น ส่วนใหญ่เป็นพวกที่กำลังเรียนหนังสือ แล้วมาทำงานหารายได้พิเศษในบางเวลา โดยทดลองการมีเพศสัมพันธ์ทางโทรศัพท์ แต่ไม่เปิดเผยชื่อ และยังไม่กล้ามีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนชายโดยตรง จึงเริ่มจากการพูดคุยทางโทรศัพท์ก่อนจะพัฒนาไปสู่เซ็กซ์โฟน และเจอกันโดยตรง

พวกที่สาม มีงานประจำอยู่แล้ว แต่หารายได้พิเศษ และไม่อยากขายบริการทางเพศโดยตรง เนื่องจากกลัวเสียชื่อเสียง กลุ่มนี้มีทั้งนักศึกษา ข้าราชการ พนักงานบริษัท ซึ่งนักศึกษาจะมีความชัดเจนมากกว่า เพราะจะเป็นแหล่งโดยเฉพาะ

ส่วนการขายบริการเซ็กซ์โฟน การศึกษาของอาจารย์ชวนะ ระบุว่าจะเริ่มต้นจากอินเตอร์เน็ตก่อน โดยการ "แชต"(CHAT) ตามห้องต่างๆ ในเว็บไซต์ด้านเซ็กซ์ หรือเว็บไซต์ที่ซ่อนอยู่ตามกระดานสนทนา หรือ เว็บบอร์ดในเว็บไซต์ทั่วไป จากนั้นเข้าสู่ห้องสนทนาส่วนตัวแล้วพัฒนาเป็น "Sex Chat" คือพูดคุยผ่านเน็ตในเรื่องเพศสัมพันธ์ หรือนำไปสู่ความสัมพันธ์ถึงเนื้อถึงตัว

เมื่อคุยกันได้ 1-2 สัปดาห์ จะเริ่มให้เบอร์โทรศัพท์กันและกัน ผู้ขายบริการบางรายจะขอเบอร์โทรกลับ หรือให้เฉพาะเบอร์โทรศัพท์มือถือก่อน และพัฒนาไปเป็นการเจรจาค้าขายโดยเซ็กซ์โฟน ขณะที่อีกกรณีจะฝากข้อความบนเว็บบอร์ดเพื่อหาลูกค้า หรือเพื่อนเซ็กซ์โฟนโดยตรง ฝากอี-เมล์ และเบอร์โทร.ไว้ก็มี บางรายฝากแต่อี-เมล์เพื่อให้ผู้ติดต่อเข้าไปแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ จากนั้นจะโทรศัพท์ติดต่อกลับมา

ในรายที่ฝากหมายเลขโทรศัพท์ไว้บนเว็บบอร์ดนั้น ต้องระมัดระวังเหมือนกัน เพราะบางรายเป็นการกลั่นแกล้งคนอื่น แต่บางรายเป็นตัวผู้ให้เบอร์โทร.จริงๆ แต่ถ้าติดต่อไปมักปฏิเสธในเบื้องต้น เพื่อดูท่าทีให้แน่ใจ และหากติดต่อไปอีกจึงจะได้รับการพูดคุยด้วย เพื่อทำความรู้จัก และเมื่อคุ้นเคยกันแล้วจึงจะตกลงขายบริการ และมีครั้งต่อๆ ไปตามมาเมื่อเกิดความไว้วางใจกันมากขึ้น และหากพัฒนาไปถึงขั้นชอบพอกัน จึงจะยอมให้นัดมาเจอตัว และนำไปสู่การขายตัวในที่สุด

กลุ่มที่ขายบริการจากเซ็กซ์โฟนหลายคนคัดเลือกผู้ซื้อบริการด้วย เนื่องจากผู้ใช้บริการมีหลายกลุ่ม แต่กลุ่มนักศึกษาที่ชอบวิธีนี้จะเลยเถิดไปจนถึงขายตัวไปด้วย และเลือกผู้ให้บริการไปในตัว สุดท้ายไปขึ้นแท่นเป็นเด็กมี "เสี่ยอุปถัมภ์" หรือ เป็นภรรยาน้อยในที่สุด แต่บางรายเสี่ยใจถึงลงทุนส่งไปเรียนถึงเมืองนอกก็มี โดยแหล่งที่พบมากที่สุดอยู่ในละแวกรัชดาภิเษก สุทธิสาร เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนและเป็นแหล่งที่มีสถานศึกษาตั้งอยู่หลายแห่ง

สำหรับการเจรจาเพื่อซื้อขายบริการเซ็กซ์โฟน เงื่อนไข คือ ให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารก่อน 500 บาท ไม่มีหลักประกันว่าจะมีการเบี้ยวเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ส่วนมากแล้วไม่เบี้ยว เพราะคนขายเซ็กซ์โฟนต้องการมีลูกค้าประจำ และอยากได้รายได้ต่อเนื่อง จากนั้นจึงจะให้บริการทางโทรศัพท์เป็นจำนวน 10 ครั้ง ซึ่งมีผู้ใช้บริการบางรายโทร.ไปบ่อย เช่น วันละ 2 ครั้ง ภายในเวลา 1 สัปดาห์ก็ใช้บริการครบ 10 ครั้ง หรือถ้าไม่บ่อยประมาณ 2 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น

ผู้ขายบริการจะพูดคุยปลุกอารมณ์ มีเนื้อหาเสมือนกับกำลังมีเพศสัมพันธ์กันอยู่ และฝ่ายซื้อบริการจะสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองในที่สุด โดยมีระยะเวลาให้บริการนานที่สุดประมาณ 30 นาที ฝ่ายซื้อบริการจะสำเร็จการปฏิบัติการ

ผู้ขายเซ็กซ์โฟนจะเริ่มปฏิบัติ "กาม" ทางอากาศ ด้วยการทำความรู้จักก่อน แนะนำตัวเอง ในกรณีที่ยังไม่เคยคุยกัน จากนั้นเมื่อถึงเวลาอันสมควรจะเริ่มการสนทนาโดยฝ่ายหญิงจะเป็นฝ่ายรุก โดยถามว่า "พร้อมหรือยัง?" จากนั้นจะใช้คำพูดบรรยายให้เห็นภาพ ว่ากำลังอยู่ในโลเกชั่นไหน อาจเป็นในห้องนอน อ่างอาบน้ำ สร้างบรรยากาศและเสียงให้เกิดความรู้สึกว่าอยู่ใกล้ชิดกัน

การบรรยายจะเริ่มขยับเข้าใกล้เหมือนอยู่ตรงหน้าแล้วมีการเปลื้องผ้า ลูบไล้ไปตามร่างกายพร้อมกับส่งเสียงให้เกิดความเซ็กซี่ ฝ่ายผู้ให้บริการจะถามว่ารู้สึกหรือยัง เมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยเสียงสั่น คราง และน้ำเสียงที่เริ่มมีอารมณ์ ผู้ให้บริการจะเริ่มบรรยายเร็วขึ้น และทำเสียงเหมือนเหนื่อยหอบมากขึ้น กระทั่งฝ่ายซื้อบริการบรรลุไคลแม็กซ์ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจฝ่ายหญิงจะถามว่าสำเร็จหรือยัง หรือจะต่ออีกหรือเปล่า?

ผู้ขายเซ็กซ์โฟนสามารถมีรายได้โดยวิธีง่ายๆ คือ คุยโทรศัพท์ และสามารถคุยได้วันละหลายครั้ง รับลูกค้าได้หลายราย บางคนให้บริการตั้งแต่ 09.00น. ไปจนถึงตีสองของวันใหม่ ตกวันละ 10-20 ราย

"การขายบริการเซ็กซ์โฟนเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะเป็นวิธีการมีสัมพันธ์ที่แปลกใหม่ น่าลอง มีเซ็กซ์ง่ายกว่าวิธีที่มีอยู่ เป็นช่องทางการหาเงินที่ง่าย ไม่ต้องทำอะไรมาก นอกจากนั่งคุยโทรศัพท์ ไม่ต้องไปหาลูกค้าเหมือนการขายตัวที่ต้องหาสถานที่ และไม่เสี่ยงต่อการติดตาม ไม่รู้จักหน้าตา อยากเลิกเมื่อไรก็ได้ ไม่มีคนรู้ แค่เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นค่าบริการถูก เสียครั้งเดียวโทร.ได้หลายครั้ง" อาจารย์ผู้ทำการสำรวจให้ความเห็น

นอกจากนี้ การศึกษายังพบว่ากระแสของเซ็กซ์โฟนเป็นธุรกิจที่มากับกระแสบริโภคนิยม เพราะเมื่อวัฒนธรรมบริโภคนิยมจากตะวันตกแพร่ระบาดเข้ามาในไทย ทำให้คนไทยกลายเป็นพวกบริโภคนิยมตามไปด้วย จึงต้องการมีรายได้มากขึ้นเพื่อสนองต่อตนเอง

"ที่น่ากลัวของเซ็กซ์โฟน คือ จะนำไปสู่การขายตัวในที่สุด และเลยไปถึงการใช้ชีวิตผิดทำนองคลองธรรม เป็นภรรยาน้อยของบรรดาเสี่ยทั้งหลาย สำหรับกลุ่มนักเรียนนักศึกษา สิ่งที่ผมห่วง คือ ปัญหาวัยทองในวัยรุ่น เนื่องจากเด็กเหล่านี้ใช้ชีวิตที่มีเพศสัมพันธ์กันอย่างจ้าละหวั่น คือ เริ่มต้นจากอินเตอร์เน็ต จากเซ็กซ์โฟน เลยเถิดไปถึงการขายตัวหรือใช้ชีวิตคู่ก่อนวัยอันสมควร เมื่อเด็กเหล่านี้โตเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องมีครอบครัว มักไม่มีความประทับใจชีวิตคู่ จึงเกิดความเบื่อหน่าย นำไปสู่ชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลวและหย่าร้างได้ง่าย กลายเป็นปัญหาในสังคมต่อไปอีก"

เรื่องเซ็กซ์โฟนเป็นปัญหาใหญ่ และแพร่หลายในสังคมขณะนี้ หากกระทรวงวัฒนธรรมที่ดูแลกวดขันเรื่องนี้ จับไม่ได้ไล่ไม่ทันปัญหา ในอนาคต"สังคมพุทธ" ที่เคยมีวิถีชีวิตในทางที่เหมาะที่ควร จะหายกลายเป็นอดีตให้มานั่งรำพึงถึง

ข้อมูล...นสพ.มติชน...