|
เสือรถกระบะตัวใหม่ ที่เจ้าของค่ายทุ่มสุดตัว อีกก้าวของตลาดรถปิคอัพไทย โตโยต้า เปิดตัวไฮลักซ์ ไทเกอร์ และสปอร์ต ไรเดอร์ ไมเนอร์เชนจ์ใหม่มาขย่มตลาดบ้านเรา หวังสยบคู่แข่งที่ครองตลาดรถกระบะมานาน คือ Isuzu โดยทุ่มสุดตัวด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่เครื่องยนต์ D-4D ใหม่ คอมมอนเรล ไดเรกอินเจคชั่น DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบ มาใส่ใน รุ่นนี้ ทางโตโยต้ามั่นใจมากถึงกับประกาศว่าจะเป็นแชมป์ยอดขายรถกระบะภายในปี 45 นี้อย่างแน่นอน โดยเน้นจุดเด่น - จุดขายคือ สุดยอดของการประหยัดน้ำมัน และทีสุดของความแรง สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดในรุ่นนี้ก็คือ เปลี่ยนกระจังหน้า ใหม่ ทำให้หน้าตาดูดีขึ้น (ถึงแม้หลายคนจะบอกว่าเหมือน BMW+Jeep Grand ก็ตาม) ส่วนด้านท้ายมีการเปลี่ยนไฟท้ายใหม่ กลายเป็นรุ่น 3 ห่วง ที่เหลือเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ให้คมมากขึ้น เช่นล้อแม็กอัลลอยขอบ 15" พร้อมยางหน้ากว้าง 225/70 และคิ้วขอบล้อ, แผงหน้าปัดดีไซน์ใหม่แบบดิจิตอล สมรรถนะของเครื่องยนต์ระบบ D-4D ทำให้ขณะขับเคลื่อน อาการกระตุกหรือกระชาก แทบไม่มีให้เห็น รู้สึกได้เลย การปรับเปลี่ยนเกียร์แต่ละช่วงจังหวะเกียร์ ให้ความนุ่มนวลมากกว่า เครื่องยนต์เดินค่อนเงียบ ให้อัตราเร่งอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ไม่หวือหวา หมือนเครื่องยนต์ KZ 3000cc. Turbo และที่สำคัญเสียงเข้ามาในห้องโดยสารน้อยมาก
ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแบบรถยนต์นั่ง ที่พยายามยกระดับ ให้เทียบชั้นรถเก๋ง ขุมพลังใหม่ในรหัส 2 KD-FTV 2,494 ซี.ซี. DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 75 (102) กิโลวัตต์ ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,400 รอบ / นาที (ต่างจาก 1KZ เครื่อง 3,000 ให้แรงม้าที่ 85(125) กิโลวัตต์ ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด สูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที) เมื่อเทียบกันแล้ว ก็น่าจะประหยัดกว่า นะครับ สำหรับความเร็วสูงสุดที่ทำได้ ในเอ็กซ์ตร้า แค็บ 4x2 ความเร็วประมาณ 154 กม./ชม.เอ็กซ์ตร้า แค็บ 4x4 ประมาณ 150 กม. / ชม. สปอร์ต ครุยเซอร์ 4x4 ประมาณ 148 กม./ชม. สปอร์ต ไรเดอร์ 4x4 อยู่ราวๆ 145 กม./ชม.และ สแตนดาร์ด แค็บ ซึ่งมีน้ำหนัก ตัวต่ำสุด ทำความเร็วได้สูงสุด 160 กม./ชม.โดยเมื่อขับที่ความเร็วสูงสุด รอบเครื่องอยู่ที่ประมาณ 4,000 รอบ เครื่องยนต์ D-4D ใหม่ ได้รับการทดสอบจาก สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SIIT) ว่าสามารถประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 22.08 กม./ลิตร และใน การทดสอบของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดย มีผู้แทนจากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะ วิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็น สักขีพยานด้วย ได้ผลทดสอบของอัตราการใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ย 22.67 กม./ลิตร ที่อัตราความเร็วคงที่ 60 กม./ชม. บนทางหลวงระยะทาง ประมาณ 126 กิโลเมตร ในภาวะปิดกระจกเปิดเครื่องปรับอากาศ มีคนขับคนเดียว สภาพเครื่องยนต์ปรกติก่อนส่งมอบรถ และไม่มี การถอดชิ้นส่วนใด ๆ เพื่อลดน้ำหนัก
คอมมอนเรล (common rail) คือ หนึ่งในระบบป้อนน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ ดีเซล ระบบไดเร็คอินเจ็คชั่น แต่เป็นระบบจ่ายน้ำมันที่แอดวานซ์ที่สุด โครงสร้างคร่าวๆ ประกอบไปด้วย ปั๊มแรงดันสูง รางเก็บความดัน คอมมอนเรล) หัวฉีดโซลีนอยด์ และ กล่องอีซียู ซึ่งกล่องอีซียูจะทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์หลักๆ ข้างต้น การจ่ายน้ำมันเข้ากระบอกสูบของระบบคอมมอนเรล จะไม่จ่ายเพียงครั้งเดียวเหมือนระบบไดเร็คอิคเจ็คชั่นทั่วไป แต่จะใช้ ระบบไพล็อต อินเจ็คชั่น เพื่อช่วยลดเสียงดังจากการจุดระเบิดของเชื้อเพลิง และสร้างกำลังงานอย่างต่อเนื่อง ระบบควบคุมเชื้อเพลิงนำร่อง หรือไพล็อต อินเจ็คชั่นนี้ จะส่งเชื้อเพลิงปริมาณเล็กน้อย โดยการฉีดเข้าไปก่อนที่เชื้อเพลิงหลักจะถูกฉีดเข้าไปในกระบอกสูบ ซึ่งจะช่วยให้การเริ่ม เผาไหม้เป็นไปอย่างนิ่มนวล ไม่มีการอัดอย่างรุนแรง อันเป็นสาเหตุของเสียงดัง ซึ่งเป็นปัญหา ที่พบในเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่า เทคโนโลยีที่ควบคุมด้วยอีซียูนี้ สามารถบังคับการเปิด-ปิดของหัวฉีดน้ำมัน ได้แม่นยำมาก แม้ระบบจะมีความดันสูงจะถึง 135MPa ก็ตาม การทำงานของ ระบบ Common Rail ข้างต้นทำให้เครื่องยนต์ ได้ประสิทธิภาพ และสมรรถนะเหนือกว่า เครื่องยนต์รถกระบะทั่วไป
จุดเด่นอีกจุดที่น่าสนใจใน Minorchange ตัวนี้ก็คือ ปรับการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อสู่ 4 ล้อ ด้วยเทคโนโลยีการตัดต่อกำลังอัตโนมัติ A.D.D. (Automatic Diconnecting Differential) หรือ Shift on the Fly สามารถปรับเปลี่ยนการขับ เคลื่อนจาก 2 ล้อเป็น 4 ล้อ (ที่ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. โดยไม่ต้องหยุดรถ) ให้การ ขับเคลื่อนที่ต่อเนื่องพร้อมด้วยเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป (Limited Slip) สามารถ ส่งถ่ายกำลังฉุดของล้ำหลังทั้งซ้ายและขวาในกรณีตกหล่นโคลน ช่วยฉุดลากให้พ้น อุปสรรคต่าง ๆ ได้ จากการออกแบบอัตราทดเกียร์และเฟืองท้ายได้อย่างเหมาะสม เมื่อใช้แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยคุณสมบัติของเครื่องยนต์ แรงบิดสูง ในรอบต่ำ เพียงใช้รอบเดินเบาของเครื่องยนต์ (Walking Speed) สามารถข้ามทางวิบาก ไต่ขึ้นทางชันได้ดีเยี่ยม เมื่อใช้ร่วมกับเบรกจากเครื่องยนต์ (Engine Brake) ทำให้การลงทางชันเป็นไปอย่างนุ่นนวลและปลอดภัย มีการปรับเซตช่วงล่างใหม่ให้นิ่มนวลขึ้นกว่าตัวเดิม ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ผู้ใช้รถบ่นว่าแข็งและโยนมาก เพื่อให้ความสุนทรีย์ในการขับขี่ นับว่าเป็นเสือ กระบะตัวใหม่ที่น่าจับตามอง ว่าจะสามารถโค่นล้มแชมป์อย่าง Isuzu ได้หรือไม่เพราะทาง Isuzu เองก็มีลูกค้า ที่เหนียวแน่นพอสมควร หากมองเปรียบเทียบในการยกระดับรถกระบะแล้ว คิดว่าน่าจะให้ AirBag+พวงมาลัยยุบตัว และยางอะไหล่ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานด้วย กับราคาขนาดนี้ ไม่งั้นผู้ใช้คงจะมอง Honda CRV ซึ่งมีทั้ง AirBag+ABS น่าสนใจกว่าอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ถือว่า เป็น ศึกหนัก ของทาง ISUZU ล่ะครับ ว่าจะปรับกลวิธีอย่างไรมาต่อกร ตอนนี้ผู้บริหารคงนอนไม่ค่อยจะหลับ แล้วล่ะครับ กับการประกาศ ท้าชนของ Toyota D-4D ตัวใหม่ในครั้งนี้....!! |