VigRX อาหารเสริมเพิ่มขนาด และเพิ่มสมรรถภาพ



โตโยต้า ยาริส - ฮอนด้า แจ๊ซ

คู่ฟัดใหม่เก๋งเล็กท้ายตัด

รถเล็กแฮตช์แบก 5 ประตู

คู่มวยที่สูสีที่สุดของวันนี้

ตลาดรถยนต์ซับคอมแพกต์ แม้จะเป็นตลาดใหญ่ มียอดขายมากที่สุด ในกลุ่มรถยนต์นั่งหรือเก๋ง แต่การแข่งขันยังไม่ร้อนแรงมากนัก เพราะมีเพียง 2 ยี่ห้อ “โตโยต้า-ฮอนด้า” และมีรถเพียง 3 รุ่น คือ โตโยต้า วีออส, ฮอนด้า ซิตี้ และแจ๊ซเท่านั้น ที่เปิดศึกกันฟาดฟันกันในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม นับจากนี้ ต้องจับตาความร้อนแรงของตลาดนี้ให้ดี เพราะยักษ์ใหญ่ “โตโยต้า” โดดลงมาลุยอย่างเต็มตัว โดยส่งรถในสังกัด ขึ้นเวทีแลกหมัดกับฮอนด้า แบบตัวต่อตัว ไม่ใช่ 2 รุม 1 เหมือนที่ผ่านมา จากการเปิดตัวเก๋งซับคอมแพกต์ใหม่ “ยาริส”

โตโยต้า ยาริส เป็นรถยนต์นั่งแบบท้ายตัด หรือแฮตช์แบก 5 ประตู นั่นย่อมหมายถึง โตโยต้าส่งรถรุ่นนี้มาชนกับแจ๊ซโดยตรง หลังจากปล่อยให้ โตโยต้า วีออส ซึ่งเป็นเก๋งซีดาน 4 ประตู ปะทะกับทั้งฮอนด้า ซิตี้ และแจ๊ซ มานาน

ดังนั้น โตโยต้า ยาริส และฮอนด้า แจ๊ซ จึงเป็นมวยที่ถูกคู่ที่สุด แม้แจ๊ซจะมีถึงสองเครื่องยนต์ให้เลือก แต่หากจะประกบกันแล้ว คงนำเฉพาะยาริส มาเปรียบกับ ฮอนด้า แจ๊ซ เครื่องยนต์วีเทคเท่านั้น โดยยึดกำลังของเครื่องยนต์ที่ใกล้เคียงกันที่สุด

มาดูที่รูปโฉมการออกแบบกันเลยดีกว่า โตโยต้า ยาริส มาในรูปแบบของรถยนต์ ที่ตอบสนองคนรุ่นใหม่ผู้มีสไตล์ชีวิต “ฉีกเทรนด์” ภายใต้คำจำกัดความ “Yaris….Be Groovy” จากปรัชญาการออกแบบใหม่ “Vibrant Clarity” ที่โตโยต้านำมาใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น โตโยต้า ราฟ-4, ยาริส หรือล่าสุด โตโยต้า คัมรี่ โฉมใหม่ โดยหลักการออกแบบดังกล่าว ยึดองค์ประกอบหลัก เพื่อความสดใหม่ในแต่ละมุมมอง เส้นสายเฉียบคมล้ำสมัย และแฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง การออกแบบโดยรวมสะท้อนความพิเศษของรถคันนี้

ขณะที่ ฮอนด้า แจ๊ซ มากับความสนุกเร้าใจตลอดเวลา “The Fun Never Stops” โดยภายนอกออกแบบให้ก้าวล้ำนำสมัย รูปแบบสปอร์ตเพรียวลม ตามหลักอากาศพลศาสตร์ สอดคล้องกับชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง ที่พร้อมให้ผู้ขับขี่สนุกเต็มที่ กับสีสันความสนุกใหม่ในทุกเส้นทาง

ด้านมิติตัวถังของโตโยต้า ยาริส ดูจะมีขนาดกะทัดรัดกว่าแจ๊ซเล็กน้อย แต่จากช่วงฐานล้อที่ยาวกว่าของยาริส ทำให้ขนาดห้องโดยสารของรถทั้งสองรุ่น ต่างกินกันไม่ขาดแต่อย่างใด

ซึ่งในส่วนของห้องโดยสารภายใน แต่ละยี่ห้อต่างชูจุดเด่นของตนเอง โตโยต้า ยาริส จะเน้นความสะดวกสบายล้ำสมัย ดังจะเห็นจากมาตรวัดออปตริตรอน จัดวางในตำแหน่งกลางคอนโซล ขณะที่รุ่นท็อปสุด (G Limited) มีปุ่มสตาร์ทง่ายๆ เพียงสัมผัสด้วยปลายนิ้วเท่านั้น และยังมี Smart Entry ระบบเปิดล็อกประตูรถอัตโนมัติ เพียงแค่อยู่ใกล้ในรัศมีสัญญาณเท่านั้น ขณะเดียวกัน ยาริสก็เน้นเรื่องประโยชน์ใช้สอย เบาะนั่งหลังสามารถเลื่อนสไลด์ และพับเก็บไปข้างหน้าราบเรียบ แบบแยกส่วน 60:40 สร้างสรรค์เนื้อที่การใช้งาน ตามความต้องการ

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกของยาริส มีมาให้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นที่วางแก้วตำแหน่งคนขับ ช่องเก็บของด้านข้างประตู ถาดใส่ของอเนกประสงค์ใต้คอนโซลด้านคนขับ ช่องเก็บของอเนกประสงค์บริเวณคอนโซลกลาง ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลท้าย พร้อมที่วางแก้วด้านหลัง กล่องเก็บของเหนือพวงมาลัย กล่องเก็บของและลิ้นชักบริเวณผู้โดยตอนหน้า

ทางฝั่ง ฮอนด้า แจ๊ซ เน้นไปที่การใช้งานอเนกประสงค์ โดยเบาะนั่งสามารถพับเก็บได้หลากหลาย เพื่อรองรับการใช้งาน หรือบรรทุกสิ่งของตามความต้องการ ขณะที่อุปกรณ์อำนวยความสะดวก มีไม่น้อยหน้ากัน ทั้งลิ้นชักเก็บของด้านหน้าผู้โดยสารแบบ 2 ชั้น ช่องวางโทรศัพท์มือถือ ช่องเสียบนามบัตร ที่วางแก้วน้ำด้านหน้า/หลัง และช่องเสียบนามบัตร เป็นต้น

มาดูพลังขับเคลื่อนของรถทั้งสองรุ่น โตโยต้า ยาริส ยังคงยึดมั่น กับเครื่องยนต์บล็อกที่วางอยู่ในรุ่นวีออส 1NZ-FE VVT-i 1500 ซีซี DOHC 109 แรงม้า (80กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ Super ECT แบบ Gate Type ที่ความนุ่มนวลขณะเปลี่ยนเกียร์

แจ๊ซ มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ แบบ V-TEC และ i-DSI แต่หากจะเทียบยาริส ให้ได้สมน้ำสมเนื้อที่สุด คงเป็นรุ่นเครื่องยนต์ VTEC 1500 ซีซี SOHC 110 แรงม้า(81 กิโลวัตต์) ที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 143 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

สำหรับช่วงล่างของ โตโยต้า ยาริส ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังทอร์ชันบีม และคอยล์สปริง เช่นเดียวกับฮอนด้า แจ๊ซ ที่ระบบกันสะเทือนแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชันบีม แบบ S-shape

ระบบความปลอดภัยของ โตโยต้า ยาริส มีมาให้ครบทั้งถุงลมนิรภัย ทั้งด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า เข็มขัดนิรภัย ELR แบบ 3 จุดทุกที่นั่ง พร้อมกลไกดึงกลับและผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ ในเข็มขัดนิรภัยคู่หน้า เบาะนั่งแบบ WIL Concept ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการชนด้านหลัง ลดอาการบาดเจ็บบริเวณต้นคอ และแผ่นหลังตอนบน ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED และกุญแจรีโมต Immobilizer

ขณะที่ ระบบเบรกยาริส ด้านหน้าเป็นแบบดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน หลังเป็นดรัมเบรก (รุ่น S เป็นดิสก์เบรก) ขณะที่ ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD ปรับแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิสระ 4 ล้อ แปรผันตามน้ำหนักที่กดลงแต่ละล้อในขณะนั้นๆ มีให้เป็นมาตรฐาน

ส่วนฮอนด้า แจ๊ซ ติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้าเฉพาะรุ่นท็อป เข้มขัดนิรภัย 3 จุด และดึงกลับอัตโนมัติเฉพาะด้านหน้า ไฟเบรกดวงที่ 3 และกุญแจแบบ Wave Key ระบบเบรกด้านเป็นแบบดิสก์เบรก แบบมีช่องระบายความร้อน หลังเป็นดิสก์เบรก ส่วนระบบ ABS และ EBD รวมถึงระบบเสริมแรงเบรก BA มีให้เป็นมาตรฐานเฉพาะรุ่นท็อป

โตโยต้า ยาริส มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น 4 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นมาตรฐาน E มีทั้งเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดาให้เลือก รุ่นพรีเมียม เกียร์อัตโนมัติ แบ่งเป็นรุ่น S และ S Limited ตกแต่งด้วยชุดสปอร์ตรอบคันจากโรงงาน ตอบสนองคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบสไตล์สปอร์ต และอีกรุ่นเป็น G และ G Limited ที่เพิ่มอุปกรณ์สะดวกสบายเฉกเช่นรถหรูทั่วไป ส่วน ฮอนด้า แจ๊ซ แม้เครื่องยนต์ VTEC จะมีให้เลือกเพียง 3 รุ่น เกียร์ธรรมดา เกียร์อัตโนมัติ และรุ่นท็อปเกียร์อัตโนมัติ แต่ก็ยังมีรุ่นเครื่องยนต์ i-DSI ให้เลือกอีก 2 รุ่นหลัก 6 รุ่นย่อย

สำหรับสนนราคาของ โตโยต้า ยาริส ในรุ่น E เกียร์ธรรมดา ราคา 599,000 บาท รุ่น E เกียร์อัตโนมัติ ราคา 634,000 บาท, รุ่น G Limited เกียร์อัตโนมัติ 739,000 บาท และรุ่น G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 699,000 บาท รุ่น S Limited เกียร์อัตโนมัติ ราคา 749,000 บาท และรุ่น S เกียร์อัตโนมัติ ราคา 719,000 บาท

ด้าน ฮอนด้า แจ๊ซ เครื่องยนต์ VTEC ราคารุ่นเกียร์ธรรมดา 622,000 บาท เกียร์อัตโนมัติ 657,000 บาท และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ พร้อมระบบเบรก ABS ราคา 690,000 บาท และมีรุ่นแต่งพิเศษ Cool เพิ่มอีกประมาณ 1.3 หมื่นบาท ขณะที่รุ่น i-DSI ราคา 513,000 - 608,000 บาท