VigRX อาหารเสริมเพิ่มขนาด และเพิ่มสมรรถภาพ


Mitsubishi Lancer Evolution Wagon

ทั้งแรงทั้งเอนกประสงค์

ปราดเปรียวทั้งในและนอก

ขับเคลื่อนด้วยพลังเทอร์โบ

มิตซูบิชิเอาใจตลาดพลังแรงที่ชอบความเอนกประสงค์ กับการเผยโฉมเวอร์ชันใหม่ของแลนเซอร์ อีโวลูชั่น แวกอน สะท้านพลังขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 2000 ซีซี. พร้อมรูปลักษณ์ที่สุดปราดเปรียวทั้งภายนอกและภายใน ที่สำคัญมีรุ่นเกียร์อัตโนมัติให้เลือกใช้งานด้วย

ตัวถังแวกอนของอีโวลูชั่นเป็นที่รู้จักของตลาดทั่วโลกเมื่อ 2 ปีที่แล้วในช่วงที่ตัวถังซีดานกำลังทำตลาดในเวอร์ชั่นที่ 8 หรืออีโวลูชัน 8 โดยถือเป็นครั้งแรกที่มิตซูบิชิเพิ่มตัวถังใหม่ๆ ให้กับตัวแรงสายพันธุ์นี้ ส่วนในรุ่นใหม่ของแวกอนที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นเดือนกันยายนในญี่ปุ่น เป็นการปรับโฉมตามอายุตลาดของสายพันธุ์อีโวลูชั่น ซึ่งจะมีการเปลี่ยนเป็นเวอร์ชั่นใหม่ๆ ด้วยการเปลี่ยนชิ้นส่วนตัวถังภายนอก เพิ่มความแรงของเครื่องยนต์ และออกมาขายในตลาดเป็นประจำทุกๆ 1-2 ปี

สำหรับอีโวลูชั่น แวกอนใหม่ใช้ชิ้นส่วนตัวถังด้านหน้า เช่น กันชน กระจังหน้า ฝากระโปรงหน้า และสเกิร์ตร่วมกับอีโวลูชั่น 9 รุ่นซีดานที่เปิดตัวในตลาดมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่วนด้านท้ายได้รับการเสริมความสวยด้วยสปอยเลอร์และกันชนทรงใหม่ นอกจากนั้นสิ่งที่แตกต่างสำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ GT และเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ GT-A คือ ตำแหน่งการวางของป้ายทะเบียนด้านหน้าบนกันชนหน้า ถ้าเป็นรุ่นแรกจะว่างอยู่ตรงด้านข้างตำแหน่งคนนั่งด้านหน้า (รถยนต์พวงมาลัยขวา) แต่ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดาจะวางอยู่ตรงกลางเลย

สำหรับภายในยกความสปอร์ตมาเต็มที่ ทั้งเบาะนั่งแบบสปอร์ตจากเรคาโร (Recaro), พวงมาลัย 3 ก้านพร้อมถุงลมนิรภัยของโมโม (Momo) ส่วนเบาะนั่งหลังให้ความอเนกประสงค์ เพราะสามารถแยกพับในอัตราส่วน 60-40% สำหรับเพิ่มพื้นที่ใช้สอย

เครื่องยนต์เป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และเปิดตัวครั้งแรกกับอีโวลูชั่น 9 รุ่นซีดาน เป็นขุมพลังรหัส 4G63 บล็อก 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ เหมือน เดิม แต่เพิ่มระบบวาล์วแปรผันไมเว็ก (Mivec) เข้าไปด้วย และในรุ่นเกียร์ธรรมดามีกำลังสูงสุด 280 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 39.2 กก.-ม. ที่ 3,000 รอบ/นาที ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ กำลังลดลงมาอยู่ที่ 272 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 35 กก.-ม. ที่ 3,000 รอบ/นาที

มีให้จับจองเป็นเจ้าของในจำนวนที่ไม่มากนัก เพราะผลิตจำกัดเพียง 2,500 คันเท่านั้น (ทั้งเกียร์ธรรมดา และอัตโนมัติรวมกัน) โดยที่ราคาของรุ่นเกียร์ธรรมดาจะแพงกว่า อยู่ที่ 3.465 ล้านเยน หรือ 1.28 ล้านบาท ส่วนเกียร์อัตโนมัติ ราคา 3.412 ล้านบาท หรือ 1.26 ล้านบาท