TOYOTA WISH

นิยามใหม่แห่ง....

ไลฟ์สไตล์ทันสมัย

กับโลกส่วนตัวของคุณ

ค้นพบในสิ่งที่ค้นหา กับบางสิ่งที่เป็นได้มากกว่ารถยนต์ซีดาน มาพร้อมกับความหรูสปอร์ต และคุณลักษณ์ ที่สามารถตอบสนองในทุกประโยชน์ใช้สอยไว้ในหนึ่งเดียว โตโยต้า WISH ประติมากรรมทางยานยนต์ ที่ท้าทายทุกสายตา ด้วยความโดดเด่นของรูปลักษณ์ ซึ่งมีดีไซน์ที่ล้ำยุค และความสะดวกสบาย ที่เพิ่มความเหนือชั้นให้กับชีวิตยุคใหม่ ตลอดจนการตอบสนองต่อการขับขี่ ที่คล่องตัว และเต็มสมรรถนะในการขับเคลื่อนบนทุกรูปแบบของการเดินทาง... TOYOTA WISH URBAN MULTI-SPORT VEHICLE ผสานทุกองค์ประกอบแห่งการใช้งานได้อย่างกลมกลืน เพื่อเดิมเต็มชีวิตทันสมัยด้วยสีสันใหม่แห่งการเดินทาง

ปฏิวัติรูปลักษณ์แห่งการขับ
จากแนวความคิดแห่งการสร้างสรรค์ทางยนตรกรรม ที่เริ่มต้นจาก METAL CAP-SULE ทรงโค้งมน เพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีพื้นฐานของความสปอร์ต และปราดเปรียว โตโยต้า WISH คือ มิติใหม่ของการออกแบบรถยนต์นั่งแห่งอนาคต ที่เข้าใจถึงจินตนาการของผู้ขับในทุกสิ่ง ที่แสวงหา

WISH มาพร้อมกับการพลิกโฉมหน้า ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกจนถึงภายใน จากความปลอดภัยถึงสมรรถนะในการขับ และ WISH ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การปฏิวัติแนวคิด แต่คือการค้นพบรูปแบบของการใช้ชีวิต ที่ไม่ยึดติดอยู่กับแนวคิดแบบเดิมๆ อีกต่อไป

การออกแบบตัวถังของ WISH เน้นความเพรียวลม ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน หรือ Cd ที่ต่ำ เทียบเท่ากับรถยนต์สปอร์ตชั้นนำ โดยนอกจากจะทำให้รูปทรงของรถมีความปราดเปรียวแล้ว ยังช่วยลดเสียงรบกวนของลมจากภายนอก และเพิ่มความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย

ผสานความสปอร์ตในทุกรายละเอียด
ทางเลือกของอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับ WISH มีทั้งหมด 3 แบบ คือ S,Q และรุ่นสูงสุด Q LIMITED ซึ่งใช้พื้นฐานเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่อุปกรณ์มาตรฐาน

บนตัวถังที่มีความยาว 4,550 มิลลิเมตร กว้าง 1,745 มิลลิเมตร สูง 1,600 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร ทุกรายละเอียดของ WISH เปี่ยมด้วยความปราดเปรียว ในทุกมุมมอง กันชนหน้าเสริมสเกิร์ตที่ชายล่างเพื่อความสปอร์ต และให้ความมั่นใจในการทรงตัวเมื่อขับด้วยความเร็วสูง เฉพาะรุ่น Q และ Q LIMITED ติดตั้งไฟตัดหมอกหน้าซึ่งได้รับการออกแบบให้ดูกลมกลืนและเปี่ยมด้วยประโยชน์

กระจังหน้ามีความโดดเด่น ออกแบบให้มีลักษณ์คล้ายเครื่องหมาย W ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น WISH ไฟหน้าแบบ HID (HIGH INTENSITY DISCHARGE) พร้อมระบบปรับระดับอัตโนมัติ เพื่อประสิทธิภาพในการส่องสว่างในการขับยามค่ำคืนเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในรุ่น Q และ Q LIMITED ส่วนรุ่น S เป็นไฟหน้าแบบฮาโลเจน

ส่วนระบบเปิด-ปิดไฟหน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทุกรุ่น โดยจะทำงานอัตโนมัติผ่านเซ็นเซอร์ตรวจวัดปริมาณแสงจากภายนอกรถ

เพิ่มความปลอดโปร่งด้วยหลังคามูนรูฟ (MOON ROOF) เปิดรับมุมมองด้านบนขณะขับเพื่อความรู้สึกอิสระเสรีของโลกกว้างภายนอก โดยเป็นอุปกรณ์เลือกติดตั้งพิเศษเฉพาะรุ่น Q LIMITED

สปอร์ตเต็มพิกัดกับล้อแม็กขนาดใหญ่ถึง 17 นิ้วติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทุกรุ่น พร้อมยางขนาด 215/50R17 เพื่อความมั่นใจในขณะขับบนทุกเส้นทาง และเสริมความเร้าใจ ด้วยคิ้วขอบล้อและสเกิร์ตข้าง ที่มีการออกแบบให้เชื่อมต่อและสอดรับกันอย่างกลมกลืน

ด้านท้ายให้ความโดดเด่นด้วยไฟเบรกหลังแบบ LED มิติใหม่แห่งความล้ำหน้า มีการทำงาที่ฉับไว และให้ประสิทธิภาพการส่องสว่างเหนือระดับจากหลอดไฟธรรมดา สเกิร์ตหลังให้ความกลมกลืนและเพิ่มความสปอร์ตจากมุมมองด้านท้าย พร้อมปลายท่อไอเสียโครเมียม มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ ขณะที่ด้านบนติดตั้งสปอยเลอร์หลังทรงสปอร์ต พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ซึ่งใช้หลอดไฟแบบ LED เพื่อคามปลอดภัยสูงสุด

เปิดประสาทสัมผัสรับความหรู
ทุกรายละเอียดภายในห้องโดยสาร ได้รับการออกแบบอย่างล้ำยุคผสานประโยชน์ใช้สอย และตอบสนองในด้านอารมณ์แห่งความสปอร์ตอย่างเต็มพิกัด แผงคอนโซลหน้ามีดีไซน์ล้ำสมัย พร้อมจัดวางส่วนควบคุมคันเกียร์ให้ผสานเป็นชุดเดียวกัน และอยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวก รอบๆแผงคอนโซลเพิ่มความโฉบเฉี่ยวในสไตล์รถแข่ง นำลายคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้ในการตกแต่ง

แผงมาตรวัดใช้เทคโนโลยีเรืองแสง SPORT OPTITRON ออกแบบให้เปี่ยมด้วยความสปอร์ตเป็นแบบดวงกลม และแทรกกลางด้วยจอดิจิตอลสำหรับแสดงผลข้อมูลการขับ (MULTI INFORMATION DISPLAY) ประมวลผลอัตโนมัติทั้งระดับความเร็วเฉลี่ย อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะขับนั้น และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ย

เบรกมือ หรือ PARKING BRAKE เป็นแบบบังคับด้วยเท้า ให้ความสะดวกสบาย และปลอดภัยในการใช้งาน ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร และให้ความคล่องตัวในการเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่งภายในห้องโดยสาร

นอกจากนั้น ภายในห้องโดยสารยังตอบสนองในเรื่องของความสะดวกสบาย ไร้เสียงรบกวน เพราะได้รับการออกแบบให้ลดแรงสั่นสะเทือน ที่จะถูกส่งเข้าสู่ห้องโดยสาร และมีการปรับสมดุลการทำงาน ระหว่างเบรกหน้าและหลัง เพื่อลดอาการกระดกของตัวถังด้านหลังในระหว่างเบรกให้เหลือน้อยที่สุด

กรากฏการณ์ใหม่แห่งประโยชน์ใช้สอย
เบาะนั่งภายในห้องโดยสารเป็นแบบ 4+2 ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของห้องโดยสาร ที่ให้ความกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมหลากหลายมิติในการใช้งาน โดยแบ่งออกเป็น 3 แถว ด้านหน้า 2 แถวแรกเป็นแบบ CAPTAIN SEAT 2 ที่นั่งแยกจากกัน ส่วนแถวที่ 3 เป็นเบาะแถวยาวแบบ 2 ที่นั่ง โดยในรุ่น Q และ Q LIMITED เป็นแบบหุ้มหนัง ส่วนรุ่น S หุ้มด้วยกำมะหยี่

เบาะนั่งโดยสารทั้งคู่หน้า และแถวที่ 2 มาพร้อมพนักวางแขน เพิ่มความรื่นรมย์และผ่อนคลายในทุกการเดินทาง และระหว่างเบาะนั่งฝั่งซ้ายและขวาของ 2 แถวแรกออกแบบให้มีพื้นที่ว่าง WALK THROUGH ทำให้สามารถเปลี่ยนที่นั่งได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

เบาะนั่งทั้ง 3 แถวสามารถปรับเปี่ยนรูปแบบการจัดวางได้ตามความเอนกประสงค์ เพื่อประโยชน์ใช้สอยสูงสุด

เปี่ยมด้วยสมรรถนะความประหยัด
เครื่องยนต์ที่ติดตั้งอยู่ใน WISH ไม่เพียงตอบสนองต่อความเร้าใจในการขับได้อย่างเต็มที่ แต่ยังให้ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ขุมพลังรหัส 1AZ-FE บล็อก 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว 2,000 ซีซีแรงเร้าใจด้วยระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i (VARIABLE VALVE TIMING WITH INTELLIGENT) ให้อัตราเร่งทันใจในทุกรอบความเร็ว และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงดีเยี่ยม

กำลังสูงสุดอยู่ที่ 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.6 กก.-ม. (192 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ล้อหน้าด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ SUPER ECT พร้อมระบบ SPORT SEQUENTIAL ตอบสนองการทำงานที่ราบเรียบ นุ่มนวลตอบสนองการขับเคลื่อนที่ฉับไวด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 11.1 วินาที และจาก 0-400 เมตรใน 17.89 วินาที

นอกจากนั้นยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะเครื่องยนต์ VVT-i มีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ทำให้ช่วยลดปริมาณก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ คาร์บอนไดออกไซต์ และไฮโดรคาร์บอนในไอเสียได้เป็นอย่างดี อีกทั้งหลายวัสดุที่นำมาใช้ในการประกอบสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการ RECYCLE ได้

มั่นใจในทุกเส้นทาง
ระบบกันสะเทือนหน้า-หลังของ WISH ได้รับการออกแบบมาเพื่อ ตอบสนองการขับในทุกรูปแบบด้วยความนุ่มนวลและมั่นใจ

ด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ให้ประสิทธภาพสูงสุดในการดูดซับแรงสั่งสะเทือนจากพื้นถนน ตอบสนองต่อการบังคับเลี้ยวที่แม่นยำ และควบคุมง่าย สำหรับด้านหลังเป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลง ให้การทางตัวที่มั่นคง เพิ่มความสบายในการขับ แข็งแกร่งทนทาน

เพียบพร้อมด้วยความปลอดภัย
ความปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรก ที่โตโยต้าให้ความสนใจ และด้วยความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี โตโยต้าพัฒนา WISH ให้เพียบร้อมด้วยความปลอดภัยในทุกรายละเอียด ทั้งในเชิงระบบป้องกันอุบัติเหตุ หรือ ACTIVE SAFETY และระบบช่วยลดความบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือ PASSIVE SAFETY

ในส่วนของระบบป้องกันอุบัติเหตุ ประกอบไปด้วยระบบป้องกันล้อล็อกหรือ ABS ซึ่งจะทำงานร่วมกับระบบกระจายแรงเบรก ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EBD (ELECTRONIC BRAKE DISTRIBUTION) และระบบเสริมแรงเบรก หรือ BA (BRAKE ASSIST)

นอกจากนั้นยังติดตั้งระบบความคุมเสถียรภาพการขับบนถนนลื่น หรือในขณะเข้าโค้ง หรือ VSC (VEHICLE STABILITY CONTROL) พร้อมระบบควบคุมการลื่นไถล หรือ TRC (TRACTION CONTROL) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทุกรุ่น

ส่วนระบบช่วยลดความบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ประกอบด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA (GLOBAL OUTSTANDING ASSESSMENT) เข็มขัดนิรภัย 3 จุดแบบ ELR รวม 6 ตำแหน่ง พร้อมระบบ PRETENSIONER และ FORCE LIMITER ในเข็มขัดนิรภัยคู่หน้า ช่วยลดอาการบาดเจ็บจากแรงกระชากของเข็มขัดนิรภัย

ถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ SRS ช่วยปกป้องอันตรายจากแรงกระแทกพร้อมเบาะนั่งนิรภัยแบบ WIL ลดอาการบาดเจ็มของกระดูกต้นคออันเนื่องมาจากการชนทางด้านหลัง

สำหรับระบบความปลอดภัยของตัวรถจากการโจรกรรรม โตโยต้าได้นำเทคโนโลยี IMMOBILIZER มาใช้ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้มีการสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยกุญแจเลียนแบบ เพราะกล่อง ECU ที่ควบคุมเครื่องยนต์จำทำการตรวจสอบ ID CODE ที่ฝังอยู่บนหัวกุญแจว่าตรงกับที่บันทึกไว้หรือไม่

ในรุ่น Q และ Q LIMITED มีระบบ SMART ENTRY ช่วยให้การเปิดและล็อคประตูรถทำได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะระบบนี้ จะทำให้สามารถเปิดประตูได้ โดยที่ไม่ต้องหยิบกุญแจรีโมตออกจากกระเป๋า และสามารถล็อคประตูได้อย่างสะดวก เพียงกดปุ่มล็อคบนมือจับประตูด้านคนขับเท่านั้น โดยการทำงานของระบบ SMART ENTRY จะอยู่ในรัศมี 1-1.5 เมตร ระหว่างตัวรถกับกุญแจที่อยู่ในตัวของผู้ขับ

สัมผัสนิยามใหม่แห่งการเดินทางของชีวิตทันสมัย กับโตโยต้า WISH ความเร้าใจในสไตล์สปอร์ต ที่เปี่ยมด้วยคามเอนกประสงค์ในทุกรายละเอียด พร้อมกับ 4 โทนสีสะดุดตา คือ BLACK MICA, DARK BLUE MICA, CHAMPAGNE METALLIC และ SILVER METALLIC ส่วนราคาในรุ่น S อยู่ที่ 1,179,000 บาท รุ่น Q 1,249,000 บาท และรุ่นสูงสุด Q LIMITED 1,299,000 บาท