Ford Ranger Open Cab
ปฎิวัติวงการปิกอัพ
ชูจุดขายที่แตกต่าง
หวังสร้างฐานตลาดไทย

ฟอร์ด เปิดตัว เรนเจอร์ใหม่ เทคโนโลยี RAS ให้ลูกค้าได้สัมผัสสุดยอดเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถกระบะไทย หลังจากที่ฟอร์ดยึดตำแหน่ง "กระบะนิรภัยคันแรกของประเทศไทย"

นับว่าเป็นการเปิดตัวที่รวดเร็วเกินคาด หลังจาก Isuzu เพิ่งเปิดตัว D-MAX ไปเมื่อต้นปี ซึ่งตอนนั้นก็มีข่าวแว่วๆ แล้วว่า Ford จะมี Open Cab ออกมาเพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาดของรถปิคอัพ แต่ก็คาดกันว่าน่าจะเป็นปลายปี 45 ในตอนนั้น

รถปิกอัพสายพันธุ์ใหม่ประเภท "โอเพ่น แค็บ" เป็นรถที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากรถโอเพ่น แค็บ เป็นรถที่มีคุณลักษณะโดยรวมแล้วเหมือนกับ รถซูเปอร์แค็บทุกประการ ยกเว้นในส่วนแค็บด้านหลังของเบาะคนขับ และผู้โดยสารสามารถเปิดเข้าออกได้เต็มที่ ง่ายต่อการบรรทุกของหรือคนเข้าออกได้ ดังนั้นหากว่ารถประเภทนี้เข้ามาในไทยก็มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยม โดยเฉพาะเงื่อนไขทางด้านราคาไม่แตกต่างกันมาก

ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ เป็นรถที่ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เรนเจอร์พัฒนาขึ้นจากการสำรวจความต้องการของลูกค้า รวมเข้ากับเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ที่เป็นมาตรฐานของรถกระบะที่ขายดีที่สุดในโลก F-150 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี RAS หรือแค็บเปิดได้ เป็นนวัตกรรมใหม่จะเกิดขึ้นจริงครั้งแรกในประเทศไทย มาตรฐานใหม่สำหรับรถกระบะฟอร์ดขนาด 1 ตัน ที่จะส่งขายไปทั่วโลก

รวมถึงพัฒนาการขับขี่ที่สามารถตอบสนองลูกค้าได้ดีกว่าเดิม การพัฒนาฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ใช้งบประมาณกว่า 4 พันล้านบาท ฟอร์ดเรนเจอร์ใหม่ผลิตจากฐานการผลิตในประเทศไทย ที่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) เป็นโรงงานประกอบรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการประกอบรถยนต์ และเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกของฟอร์ด

ภายนอกโฉมใหม่ สไตล์อเมริกัน
สำหรับ เรนเจอร์ ใหม่ ในส่วนของหน้าตานั้น ฟอร์ดได้ปรับเปลี่ยนใหม่ในสไตล์กระบะอเมริกัน ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า โครเมี่ยมลายใหม่ แบบ 2 ชิ้น โดยชิ้นบนเป็นโครเมี่ยม ชิ้นล่างเป็นสีเดียวกับตัวรถ ซึ่งพัฒนามาจาก รถต้นแบบกระบะแห่งอนาคตรุ่น "ตองก้า" เพิ่มความบึกบึนออกแบบให้รับกับไฟหน้าใหม่ ที่ปรับปรุงให้ใหญ่ขึ้น แบบมัลติรีเฟล็คเตอร์ รวมไฟหรี่อยู่ในชุดเดียวกัน ให้ความหรูหราได้อย่างดีเยี่ยม

และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ฟอร์ดใส่ใจ เช่น ใบปัดน้ำฝนแบบกึ่งซ่อนในฝากระโปรง, รางระบายน้ำฝน และเสากลางรถที่ซ่อนอยู่ในประตู ช่วยเพิ่มความสวยงาม และความสะดวกสบายกับประตูที่สามารถเปิด Open Cab ได้อย่างเต็มที่ สะดวกในการใช้สอยไม่ว่าจะเก็บจักยานเสือภูเขาพับเข้าไป หรือจะเป็นโทรทัศน์เครื่องใหญ่, กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ที่จะนำเข้าไปในรถทางเบาะแค๊บด้านหลัง

ภายในออกแบบหรูมีระดับ
เน้นความสะดวกสะบายภายในห้องโดยสารให้เทียบเท่ากับรถเก๋ง มีการปรับปรุงให้กว้างขวางขึ้น แผงคอนโซลหน้าแบบชิ้นเดียว ออกแบบให้โค้งมนสวยงาม หรูหราด้วยชุดแต่งลายเมทัลลิค พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน สไตล์สปอร์ต และ 4 ก้านสำหรับรุ่นมี AirBag มาตรวัดแบบใหม่ เน้นความทันสมัยมากขึ้น ด้วยตัวเลขและตัวหนังสือสีเขียวขนาดใหญ่ บน พื้นสีน้ำเงิน ทำให้อ่านง่ายชัดเจน พร้อมไฟสัญญาณเตือนต่างๆ อาทิ ระบบเบรก ABS, ระบบชาร์จไฟ, ระดับน้ำมันเครื่อง, ระดับน้ำมันเบรก, เบรกมือ, และสัญญาณเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัยเป็นต้น

แผงข้างประตูเป็นแบบชิ้นเดียวขึ้นรูป พร้อมที่เปิดประตูโครเมี่ยม สวิตช์กระจกไฟฟ้า ปุ่มควบคุมต่างๆ ออกแบบได้ค่อนข้างดี ใช้งานง่าย เอื้อความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ ทำให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น

ปรับปรุงเบาะนั่งใหม่ เพิ่มทัศนวิสัยที่ดีขึ้น
เรนเจอร์ได้รับการวางตำแหน่งของเบาะคู่หน้าไว้ในระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิม สามารถมองได้ไกลกว่า กว้างกว่า และเบาะนั่งปรับปรุงใหม่ตามสรีระ และการใช้งานของลูกค้าคนไทย ซึ่งมีรูปร่างไม่ใหญ่มากนัก และซื้อรถเพื่อใช้งานเอนกประสงค์ เบาะจึงออกแบบมารองรับให้นุ่มสบายตลอดการเดินทาง ด้วยการปรับรูปทรงของเบาะนั่งพนักพิง และโครงสร้างของเบาะให้กระชับมากขึ้น มีการเปลี่ยนโครงสร้างสปริงภายในเบาะมาเป็นแบบแผ่น ซึ่งให้ความรู้สึกที่สบายและสวยกว่ารุ่นเดิม

เพลิดเพลินตลอดการเดินทางด้วยวิทยุ-เทป ที่สามารถต่อพ่วงกับชุดเครื่องเล่น CD ได้ ติดตั้งลำโพงใหม่ขนาด 6 นิ้ว ในแผง ประตูหน้า ให้มิติเสียงกว้าง ครอบคลุมย่านความถี่ ทุ้ม-แหลม มากกว่ารถกระบะทั่วไปที่ติดลำโพงขนาด 4-5 นิ้ว

สมรรถนะแกร่ง ...พร้อมลุยไหนลุยกัน
ขุมพลังยังคงเป็นของ Ranger ตัวเดิม ในรุ่น Super Open Cab นี้มีเครื่องยนต์ ให้เลือกด้วยกันสองรุ่น คือรุ่น 2.9 ในรหัส W9 และในรุ่น 2.5 Turbo รหัส WLT 2.5

เครื่องยนต์ 2.9 ลิตร ในรหัส W9... เป็นเครื่องยนต์จากฟอร์ด เรนเจอร์ตัวเดิม ผ่านมาตรฐาน Euro Step II แบบแถวเรียง 4 สูบ 12 วาล์ว OHC ขนาดความจุปริมาตรกระบอกสูบ 2,892 cc. ระบบอินไดเร็ค อินเจ็คชั่น ให้แรงม้าสูงสุด 68 กิโลวัตต์ (102แรงม้า) ที่ 4,000 รอบ ต่อนาที (EEC) แรงบิดสูงสุดที่ 197 นิวตันเมตร (20.1 กิโลกรัม-เมตร) ที่รอบต่ำ เพียง 2,500 รอบต่อนาที (EEC) อัตราส่วนกำลังอัด 22.1:1 ประหยัดน้ำมัน เป็น ทางเลือกใหม่สำหรับ ผู้ที่ต้องการ ความแรง และใช้งาน

เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร Turbo Inter cooler รหัส WLT 2.5... เป็นเครื่องยนต์เดิมเช่นกัน แบบแถวเรียง 4 สูบ 12 วาล์ว แบบ OHC ปริมาตร กระบอกสูบ 2,499 cc. ให้แรงม้าสูงสุด 82 กิโลวัตต์ (121 แรงม้า) ที่ 3,500 รอบ ต่อนาที แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที อัตราส่วน กำลังอัด 19.8:1 เร้าใจในแรงบิด ใช้น้ำมันอย่างคุ้มค่า สมรรถนะอัตราเร่งเต็มพละกำลัง เร่งแซงอย่างเหนือชั้น

ช่วงล่างแข็งแกร่ง....ทนทาน
เรื่องช่วงล่างของฟอร์ดนั้น เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วในเรื่องความทนทาน แข็งแกร่งด้วยโครงแชสซีรูปตัว C ประกอบเข้าหากัน และการออกแบบมุมองศาของช่วงล่าง ค่าความแข็งของสปริงและแหนบ ให้มีความสมดุล ระหว่างบรรทุกกับไม่บรรทุก มีการปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับถนนในเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง ลงตัวมากที่สุด โดยเฉพาะในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวล เกาะถนนได้ดี และมีอาการโคลงตัวน้อยที่สุด

ระบบกันสะเทือนหน้า... ปีกนก 2 ชั้น ปีกนกล่างรูปตัว L ปีกนกบนรูปตัว A ทำงานร่วมกับทอชั่นบาร์สปริง และเหล็กกันโคลง พัฒนาการปรับมุมองศาของปีกนก และความแข็งของโช็คอัพ ช่วยให้การยึดเกาะถนนมากขึ้น บูชปีกนกตัวบนยังเป็นบูชยางแทนบูชเหล็ก ช่วยในการทรงตัว และมีความนุ่มนวลแม้วิ่งบนทางขรุขระ

ระบบกันสะเทือนหลัง... แบบ Progressive Leaf Spring ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อในต่างประเทศเท่านั้น ได้ถูกนำมาปรับปรุงใหม่ให้มีหูแหนบที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ระบบพวงมาลัย... เป็นแบบลูกปืนหมุนวน (Ball Nut) ที่อัตราทด 19.6:1 พร้อมระบบเพาเวอร์ ปรับน้ำหนักพวงมาลัยตามรอบเครื่องยนต์

นับว่าเป็นนวัฒกรรมใหม่จริงๆ ของ "โอเพ่น แค๊บ" กระบะเซ็กเมนต์ใหม่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดขณะนี้ และนับเป็นสุดยอดกลยุทธ์ ทางการตลาด ที่ฟอร์ดประกาศซื้อใจลูกค้า โดยตั้งเคาะราคาเริ่มที่ 5.9 แสนบาท สำหรับรุ่น 4x2 Super Open Cab และรุ่น 4x4 Super Open Cab ที่ 6.76 แสนบาท

ถึงแม้ Ford จะทำการตลาดไม่ค่อยดีนัก แต่ถ้าพูดกันถึงรถคุณภาพแล้ว ไม่เป็นรองใครแน่นนอนในมาตรฐานและสไตล์อเมริกัน ความแข็งแกร่งความทนทาน รวมถึงอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน ที่ฟอร์ดมอบให้ เช่น ABS, EBD, AirBag, G-sensor, Immobilizer, และแกนพวงมาลัยแบบยุบตัว ซึ่งรถของบางค่ายต้องจ่ายเพิ่ม หรือไม่มีให้ด้วยซ้ำ พร้อมสร้าง มาตรฐาน ด้านค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา มอบบริการแบบฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงเป็นรายแรกในไทย รวมถึงการปรับลดราคาอะไหล่ เพื่อให้ลูกค้าประหยัดค่าบำรุงรักษา

ตลาดรถกระบะในตอนนี้ค่อนข้างจะดุเดือดกันพอสมควร ตั้งแต่ D-4D ถัดมาไม่กี่เดือนก็เปิดตัว D-MAX ไม่ถึงปีก็ Ford Open Cab งานนี้สำหรับผู้บริโภคแล้ว คงต้องถามใจตัวเองดู