1.คนส่วนใหญ่ใช้วันหยุดสุดสัปดาห์อย่างสนุกสนานเต็มที่
นอนดึก
และตื่นสายกว่าวันธรรมดา
รู้ไหมว่ากิจกรรมเหล่านั้นทำให้นาฬิกาในร่างกายของคุณเดินผิดปกติไปด้วย
ไม่ต่างอะไรกับอาการ JET-LAG
เป็นสาเหตุทำให้คุณอ่อนเพลียและเบื่อหน่ายวันแรกของการทำงาน
เพราะฉะนั้น
อย่าทำจังหวะของนาฬิกาในร่างกายซึ่งมีผลต่อการหลับและตื่นนอนเดินผิดปกติ
วิธีง่ายที่สุดก็คือ
เข้านอนและตื่นเหมือนวันปกติ
วันอาทิตย์ตื่นเช้าให้เหมือนวันทำงาน
ถ้าสายก็ไม่ควรเกินกว่า
1 ชั่วโมง
และหากรู้สึกว่างในบ่ายวันอาทิตย์
ก็งีบสักครึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมงก็ได้
2.ไม่ควรออกไปทำงานในวันเสาร์-อาทิตย์
การทำงานตลอดทั้งอาทิตย์ไม่ต้องการวันหยุดพักผ่อน
ก็เหมือนกับคุณยังดันทุรังดื่มเหล้าต่อ
ทั้งที่ยังมีอาการเมาค้างอยู่นั่นแหละ
และเป็นความคิดที่แย่มาก
เพราะร่างกายและสมองของมนุษย์ต้องการการพักผ่อนและชาร์จไฟกันบ้าง
ฉะนั้น
เลิกหมกมุ่นกับงานในวันหยุด
และหันไปสนใจกิจกรรมคลายเครียดดีกว่า
3.เลือกอาหารที่เหมาะสม
เงื่อนไขที่ทำให้นาฬิกาในร่างกายเดินผิดปกติ
ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกรับประทานอาหารด้วย
ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดในมื้อค่ำวันอาทิตย์
เพราะอาหารรสจัดจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น
และส่งผลให้คุณนอนไม่หลับด้วย
เลือกอาหารรสชาติพอดีๆ
รับประทานผักผลไม้มากหน่อย
และดื่มนมสักแก้วก่อนนอน
4.คลายเครียดก่อนเริ่มต้นทำงาน
เพราะความตึงเครียดในเช้าวันจันทร์จะรุนแรงขึ้น
ถ้าคุณต้องรีบเร่งไปทุกอย่างในตอนเช้า
ดังนั้น
เช้าวันจันทร์ตื่นเร็วกว่าปกติสักชั่วโมง
ฟังเพลงเบาๆ
ช่วยคลายเครียดได้ดี
การอ่านหนังสือพิมพ์
จะทำให้คุณเริ่มวันจันทร์ได้ดีกว่าที่คิด
5.รับประทานอาหารเช้าก่อนออกจากบ้าน
การเลือกรับประทานอาหารก็สำคัญเช่นกัน
อาหารเช้าที่ดี
ควรเป็นประเภทที่มีไขมันต่ำ
คาร์โบไฮเดรตสูง
จะทำให้คุณอารมณ์ดีได้มากกว่าการรับประทานอาหารไขมันสูงและคาร์โบไฮเดรตต่ำ
อาหารเช้าเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับร่างกาย
คุณไม่ควรละเลยเป็นอันขาด
เพราะให้ทั้งพลังงานแก่ร่างกายและส่งผลต่ออารมณ์ของคุณด้วย
เลิกนิสัยดื่มกาแฟแก้วเดียว
แล้วเผ่นออกจากบ้านไปผจญภัยกับการจราจรติดขัดบนท้องถนน
ด้วยความหงุดหงิด
ด้วยการรับประทานอาหารเช้าจะดีกว่า
6.เมื่อไปถึงที่ทำงาน
เดินเล่นสบายๆ
สักพัก
จะมองหาเหรียญที่ตกลงบนพื้นไปพลางๆ
ก็ได้
มันช่วยคลายความกังวล
และทำให้คุณมีสมาธิได้ดีเชียวหล่ะ
7.เตรียมลิสต์งานที่คุณต้องทำ
เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีระบบ
และควรทำ 2 ชุด
ชุดแรกสำหรับงานทั้งอาทิตย์
และอีกชุดสำหรับงานที่ต้องทำรายวัน
จะทำให้คุณไม่สับสนกับงานที่มีมากมายเต็มโต๊ะ
8.การผัดวันประกันพรุ่งกับงานที่ไม่อยากทำ
เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
เพราะจะทำให้คุณเกิดความเครียดมากขึ้น
เมื่องานที่ไม่อยากทำถูกดองไว้อย่างไม่มีทีท่าว่าจะทำไม่เสร็จ
ทำงานตามแผนที่คุณวางไว้นั่นแหละดีที่สุด
ค่อยๆ
ทำไปทีละชิ้น
แล้วจะรู้ว่างานทุกชิ้นเสร็จได้ตามกำหนดได้ไม่ยากเลย
9.เช้าวันจันทร์ของคุณควรจะเงียบสงบ
อย่าเริ่มตั้งหน้างัดข้อกับใครตั้งแต่วันเริ่มทำงาน
มันจะส่งผลให้คุณหงุดหงิดต่อเนื่องทั้งอาทิตย์ได้ง่ายๆ
ควรเลื่อนการประชุมเครียดเป็นวันอังคารหรือวันพุธจะดีกว่า
10.ถ้าคุณยังรู้สึกเครียดกับครึ่งวันแรกของการทำงาน
ในมื้อกลางวันคุณควรเลือกกินผักและผลไม้สดอย่างส้ม
องุ่น ฝรั่ง
รวมอยู่ในเมนูด้วย
ผักและผลไม้เหล่านี้
อะดมไปด้วยวิตามินชั้นดี
ที่จะทำให้ความเครียดลดน้อยลง
11.เปลี่ยนอิริยาบทระหว่างการทำงานบ้าง
อย่านั่งอยู่กับโต๊ะเพียงอย่างเดียว
เพราะไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย
นอกจากจะทำให้คุณจมอยู่กับความเครียดจากงานบนโต๊ะแล้ว
การนั่งโต๊ะนานเกินไป
จะทำให้คุณปวดเมื่อยร่างกาย
และเลือดไหลเวียนไม่สะดวกด้วย
ลุกขึ้นเดินกหรือเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง
จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาก
12.เมื่อถึงเวลาเลิกงาน
ก่อนออกจากออฟฟิศ
ควรใช้เวลาทบทวนงานที่ทำในวันนี้
และแผนงานสำหรับวันรุ่งขึ้นให้เรียบร้อย
เพื่อว่าเช้าวันต่อไปของคุณ
จะไม่มีความเร่งรีบเข้ามาแทรกให้เสียอารมณ์
13.ในเย็นๆ
ขณะขับรถกลับบ้าน
ไม่ต้องรีบเร่งหรือเบื่อหน่ายกับการจราจรที่ติดขัดอยู่ช่วงเย็น
ถ้าคุณทำใจได้กับสภาพการจราจรล่วงหน้า
และวางแผนเดกินทางไว้ดีๆ
จะช่วยให้ฝ่าด่านการจราจรได้อย่างสบายใจ
และถึงบ้านด้วยความปลอดภัย