มลภาวะในออฟฟิศ

สิ่งที่คุณอาจไม่คาดคิด

ข้อแนะนำต่อไปนี้

จะช่วยให้สุขภาพคุณดีขึ้น

เรื่องย่ำแย่อย่างหนึ่งของมนุษย์ออฟฟิศในปัจจุบัน เห็นจะเป็นเรื่องปัญหาสุขภาพ ซึ่งเกิดจากสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ถ้าคุณกำลังปวดหัวกับเรื่องที่ว่า เห็นทีต้องรีบแก้ไขโดยด่วน ก่อนจะโดนเล่นงาน ทั้งโรคเครียด ทั้งโรคขาจรอย่างทางเดินหายใจผิดปกติ โรคผิวหนัง โรคสายตา และ ฯลฯ

มลภาวะในที่ทำงาน เกิดจากความบกพร่องของระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ เรื่อยไปจนถึงผลกระทบจากการปลูกต้นไม้ในออฟฟิศ หรืออารมณ์แปรปรวนของบิ๊กบอส

คุณต้องหมั่นสำรวจตัวเองเสมอ ว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นขณะทำงานหรือเปล่า ถ้าเริ่มส่อแววไม่ดี ให้หาสาเหตุซะจะได้แก้ถูกจุด

แอร์คอนดิชั่นทำพิษ
โอเค...มันอาจให้คุณนั่งทำงานเย็นฉ่ำเย้ยแสงแดด แต่หากไม่มีระบบหมุนเวียนอากาศที่ดีพอ ก็อาจก่อปัญหาแก่ทางเดินหายใจได้เช่นกัน ถ้าคุณนั่งทำงานนานๆ แล้วปวดหัวหนึบ ลองไปสูดอากาศข้างนอกสักพัก ถ้าอาการดีขึ้น แสดงว่าระบบแอร์ออฟฟิศคุณห่วยสิ้นดี

ปัญหานี้จะไม่เกิดกับที่ทำงานยุคใหม่ ซึ่งออกแบบให้มีหน้าต่างช่วยถ่ายเทอากาศ คุณลองปรึกษาเจ้านายดูเถอะว่าแก้ไขอะไรได้ไหม ถ้าคำตอบคือโน เห็นทีต้องตัดสินใจเอาเอง ว่าจะเลือกเงินหรือสุขภาพ

ระบบไฟแรงเกินไป
บางออฟฟิศใช้ระบบไฟฟ้าทันสมัย ให้แสงสว่างเจิดจ้าจนหลอดนีออนธรรมชาติชิดซ้าย มันอาจจะไม่มีอันตรายอย่างเด่นชัด แต่บางครั้งก็ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตา หงุดหงิดง่าย เพราะแสงแรงเกินกว่าตาเปล่าจะทนได้เมื่ออยู่ในห้องนั้นรนานเกินไป

หากเป็นโมเดิร์นออฟฟิศ ที่ใช้แสงธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ คุณจะไม่มีปัญหานี้เลย แต่ถ้าเลี่ยงไม่ออก ควรหลบไปอยู่ในมุมที่แสงมีความแรงน้อยลง แล้วใช้ไฟตั้งโต๊ะช่วยก็จะพอถูไถไปได้ครับ

เก้าอี้ไม่ได้มาตรฐาน
เคยมีสำนวนของคนออฟฟิศ กล่าวว่าอย่ายืนถ้าคุณนั่งได้ และอย่านั่งถ้าต้องห้อยขาบนเก้าอี้ตัวนั้น เพราะนั่นแสดงว่าเก้าอี้คุณสูงเกินไป เวลานั่ง ต้องโน้มตัวลงมาข้างหน้า จึงมีสิทธิปวดหลังได้ง่าย

อย่ามองข้ามความบกพร่องข้อนี้เด็ดขาด โดยเฉพาะถ้างานของคุณใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นประจำ เก้าอี้ควรได้มาตรฐานพอเหมาะกับรูปร่าง เวลาใช้เครื่อง ข้อศอกกับแขนท่อนบนต้องอยู่แนวเดียวกัน คือตั้งฉากเป็นเส้นตรงไม่ถ่างออกด้านข้าง และที่สำคัญ คือเท้าไม่ลอยจากพื้นเนื่องจากเก้าอี้สูงเกินไป

มลภาวะจากเสียง
เสียงในที่ทำงานเพิ่มความเครียดให้คุณได้ง่ายๆ ไม่ว่าเสียงเพื่อนร่วมงานคุยกัน เสียงเครื่องแฟกซ์ เสียงพิมพ์ดีด ตลอดจนเสียงโทรศัพท์

ยังไงก็เถอะ หากคุณชักตึงจนสมองตื้อ อยากระเบิดอารมณ์เต็มแก่ แสดงว่าคุณจริงจังกับงานมากเกินไป หรือไม่ก็ปล่อยให้ปัญหาสารพัด รุมกระหน่ำจนย่ำแย่แล้ว

ทางที่ดีที่สุด จึงต้องพักสักครู่ วางงานทั้งหมด แล้วออกไปล้างหน้าล้างตาให้สบาย หรืออาจจะแว่บลงมาหาของว่างทานเสียบ้าง อาการเครียดจากนอยส์พอลลูชั่นก็จะหมดไปเอง

ปลูกต้นไม้ในออฟฟิศ
ไม้ใบเขียวในที่ทำงาน นอกจากจะช่วยสร้างออกซิเจนและดูดซับก๊าซเสียคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ยังมีคุณสมบัติอีกด้าน คือทำให้เครียดได้เหมือนกัน ถ้าคุณเป็นเจ้าของมัน และดันเลือกต้นไม้อายุสั้นมาตั้งประจำโต๊ะ

ไม้พวกนี้อยู่ดูหน้าคุณไม่นาน ก็จะเหี่ยวเฉาตายไปตามธรรมชาติ แต่ส่วนมากเจ้าของมักเข้าใจผิดคิดว่ารดน้ำน้อยไป เลยกลายเป็นเรื่องสุดเซ็งอย่างไม่น่าเกิด ทางที่ดีถ้าอยากเลี้ยงต้นไม้ในออฟฟิศ ควรดูประเภทให้แน่นอนเสียก่อนจะได้หมดห่วง

เจ้านายน่าเซ็ง
บิ๊กบอสมักเป็นตัวการใหญ่ของความตึงเครียดในออฟฟิศ เทคนิคที่อยากแนะเป็นไกด์ คือ พยายามเตือนตัวเองเสมอ ว่ายังไงซะเจ้านายก็ต้องถูกวันยังค่ำ

คุณควรเลี่ยงการถกเถียงกับเขาหรือเธอ ในสถานการณ์ก้ำกึ่งระหว่างความผิดกับความถูก หรือถ้าจะให้สวยน่าจะรู้นิสัย, สไตล์การทำงาน ตลอดจนหลักการบริหารงานของเจ้านายบ้าง จะได้ไม่ล้ำเส้นจนเกิดปัยหาภายหลัง

จำไว้ว่าลูกน้องที่ฉลาดต้องไม่งัดข้อกับเจ้านาย หรืออย่างเก่งก็ได้แค่ขอเหตุผลก่อนตบท้ายว่า "ครับผม" ตามฟอร์ม

ปัญหาและมลภาวะในออฟฟิศเหล่านี้ เชื่อว่าเหล่าออฟฟิศแมนทั้งหลาย น่าจะต้องเคยประสบและเผชิญกันมาบ้าง ดังนั้น ข้อแนะนำข้างต้น จึงน่าจะมีประโยชน์ในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในที่ทำงานได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ