คุณอยากเป็นแบบไหน ไตร่ตรองสักนิด เพื่อชีวิตและงานที่ดีกว่า ในยุคเศรษฐกิจฟุบตัว ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อนจนมาถึงวันนี้ ทำให้สังคมการทำงานมีรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างน่าสนใจ นั่นก็คือ จำนวนผู้เป็นเจ้าของกิจการเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้แบ่งแยกว่าต้องเป็นกิจการลักษณะไหน ถึงจะเปิดเป็นช้อปเล็กๆ เปิดท้ายขายของตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ หรือเปิดกิจการแบบรถเข็น ฯลฯ ก็นับว่าเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวหมดนั่นแหละครับ การเติบโตของกิจการส่วนตัวในช่วงที่ผ่านมา ก็เลยกลายเป็นทางเลือกของคนในยุคปัจจุบัน ว่าถ้าไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็ยังมีโอกาสเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวได้ ยังมีช่องว่างให้ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ทำในสิ่งที่ไม่เหมือนใคร อย่างเช่น ผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากการเกษตร ส่งไปตีตลาดต่างประเทศ หรืองานศิปะหัตถกรรมพื้นบ้านต่างๆ ซึ่งใครที่มีไอเดียเจ๋งๆ อย่างนี้ ก็น่าที่จะเปิดกิจการส่วนตัวทำรายได้มากกว่ามนุษย์เงินเดือน และเหล่านี้ยังรวมถึงการเปิดเว็บไซด์หารายได้อย่างที่พวกผมกำลังทำ yoohhoo.com อยู่นี่ก็ไปได้ไม่เลวเหมือนกันนะครับ อย่างไรก็ตาม แต่สิ่งที่กำลังจะบอกเล่าต่อไปนี้ เป็นแนวทางในการตัดสินใจสำหรับคนหนุ่มรุ่นใหม่อย่างคุณ ว่าระหว่างการเป็นเจ้าของกิจการ กับการดำรงชีพเป็นมนุษย์เงินเดือน มันมีความแตกต่างกันอย่างไร อย่างน้อยก็น่าจะพอช่วยให้การตัดสินใจ เลือกที่จะเป็นนายหรือลูกน้องมันง่ายขึ้นกว่าเดิม ถ้าฝีมือดี ความคิดดี ไอเดียแปลกใหม่ ทำตลาดได้แน่นอน หากอยากลองพิสูจน์ตัวคุณเอง วันนี้ก็ยังพอมีช่องว่างให้แทรกตัวและเติบโตได้ครับ ลองพิจารณาและไตร่ตรองปัจจัยเหล่านี้ดูครับ... 1.อยากเป็นอิสระ แน่นอน ถ้าคุณออกมาเปิดกิจการส่วนตัว รับรองว่าต้องมีอิสระทางความคิดแน่ แต่ขณะเดียวกัน คุณก็ต้องดูด้วยว่าตนเองมีความพร้อมแค่ไหนที่จะกางปีกบินเอง ต้องคำนึงถึงเงินทุน ช่องทางการตลาดใหม่ๆ รวมทั้งการบริหารงาน การจัดการต่างๆ ถ้าแน่ใจว่าทำได้แน่ๆ ก็ลองดูสิครับ แต่อย่าลืมความรู้สึกนี้เวลามีลูกน้องด้วยก็แล้วกัน 2.ทำเงินได้มากขึ้น ถ้าลองทำเงินติดลมแล้ว ก็ถือว่าโชคดีครับ แต่ถ้าเผื่อขาดทุนหล่ะ ต้องคิดในมุมกลับด้วย อย่ามองมุมเดียว อาจผิดหวังได้ ที่สำคัญ การลงทุนทำกิจการส่วนตัว ต้องมีเงินสำรองเผื่อไว้สำหรับใช้ในช่วงขาดทุน หรือช่วงที่กำลงัฟักไข่ด้วย ไม่มีเงินหมุนเลยก็อาจไปไม่รอดเหมือนกัน
ความเบื่อหน่ายของคนมีขีดจำกัด ทนได้ก็ทนต่อไป ยิ่งถ้าคุณไม่มีหนทาง โอกาสหรือจังหวะที่ดี ผลีผลามไปก็อาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดีก็ได้ ยกเว้นเสียแต่ว่า คุณทนกับสภาพแวดล้อมไม่ได้จริงๆ และคิดว่าบริษัทไหนๆ ก็เหมือนกัน ถ้าคุณยังคงเป็นแค่มนุษย์เงินเดือน ก็ลองหาแนวทางดีๆ มองหาลู่ทางที่จะทำกิจการส่วนตัว เตรียมรับภาระการบริหารที่หนักหนากว่าการเป็นพนักงาน แล้วก็โดดไปเลยซิครับ 4.ไม่อยากมีเวลาว่าง 5.อยากมีชื่อเสียง ลองคำนวณก่อนการตัดสินใจดีกว่า ว่าคุณพร้อมกับการเป็นเจ้านายตัวเอง และเจ้านายคนอื่นๆ หรือยัง ถ้ายัง ก็จงยินดีที่จะเป็นมนุษย์เงินเดือน รักกงานที่ทำ และรับผิดชอบงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ นะครับ |
|