หมอเตือนดวดเหล้าปีใหม่มาก
ระวังเซ็กซ์เสื่อม
สเปิร์มลด
หญิงท้องอาจแท้งหรือลูกพิการได้
แพทย์เตือนคอเหล้าทั้งชายและหญิ
งระวังเซ็กซ์เสื่อมจากดื่มจนติดเป็นนิสัย
ทำให้การผลิตสเปิร์มในชายลดลง
ส่วนหญิงที่ท้อง
ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
จะส่งตรงถึงตัวอ่อนโดยเฉพาะ
3 เดือนแรก
อาจแท้งหรือเสียชีวิตขณะคลอดหรือพิการตั้งแต่เกิด
นพ.ชาตรี
บานชื่น
อธิบดีกรมการแพทย์
กล่าวเตือนประชาชน
ถึงการดื่มสุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
ในช่วงเทศกาลปีใหม่
ว่า คนไทยมีแนวโน้ม
การบริโภคแอลกอฮอล์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยมีอัตราการบริโภคเฉลี่ย
58.0 ลิตร ต่อคนต่อปี
ในปี 2546 เพิ่มจากปี 2532
ที่อัตราการดื่มเฉลี่ย
20.2 ลิตร ต่อคนต่อปี
เกือบ 3 เท่าตัว
และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต่าง
ๆ ทั่วโลก
พบว่าคนไทยมีการบริโภคแอลกอฮอล์สูงเป็นอันดับ
5 ของโลก
ทั้งนี้
ผลกระทบต่อสุขภาพ
ที่เกิดจากการบริโภคเครื่องดื่ม
ที่มีแอลกอฮอล์ในระยะเฉียบพลัน
ได้แก่
ฤทธิ์ต่อการกดระบบประสาทส่วนกลาง
ทำให้การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อช้าลง
สมรรถภาพในการมองเห็น
และการได้ยินลดลง
ประสาทรับความรู้สึก
และสติปัญญาเสื่อมลงขาดสติ
ทำให้การคาดคะเนและการตัดสินใจผิดพลาด
ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
เป็นผลให้เสียชีวิต
และทรัพย์สินจากความคึกคะนองได้ง่าย
และหากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงมาก
จะไปกดศูนย์หายใจ
และศูนย์ควบคุมการหมุนเวียนในสมอง
เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตได้
ดังนั้น
จึงไม่ควรดื่มหากต้องขับขี่รถ
หรือหากจำเป็นต้องดื่ม
ควรให้เพื่อนที่ไม่ดื่มช่วยขับรถให้
รวมทั้งอาจใช้บริการรถแท็กซี่
หรือนอนค้างบ้านเพื่อนแทน
นอกจากนี้
ผลกระทบของการดื่มแอลกอฮอล์ในระยะยาว
ยังทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
ทั้งชายและหญิง
เกิดความผิดปกติที่อัณฑะและลดการผลิต
สเปิร์มในเพศชาย
สำหรับเพศหญิง
หากตั้งครรภ์จะทำให้ตัวอ่อนได้รับแอลกอฮอล์
ขณะอยู่ในครรภ์โดยเฉพาะช่วง
3 เดือนแรก
อาจทำให้แท้งหรือทารกเสียชีวิตขณะคลอด
หรือหากรอดชีวิต
อาจจะพิการแต่กำเนิด
ร่างกายชะลอการเจริญเติบโต
เกิดภาวะปัญญาอ่อน
ขาดพัฒนาการทางด้านสติปัญญา
นอกจากนี้
ยังมีฤทธิ์กดการทำงานของสมอง
โรคหัวใจที่เกิดจากพิษสุรา
ตับอักเสบและตับแข็ง
ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ
50 ภายใน 5 ปี
และมีมะเร็งตับเกิดขึ้นประมาณร้อยละ
15 ของตับแข็ง
ปัสสาวะมากและบ่อย
ทำให้ร่างกายขาดสารโซเดียมและโปแตส
เซียม
หลอดเลือดในสมองแตก
และหลอดเลือดสมองอุดตันถ้าดื่มในปริมาณมาก
ๆ
ติดต่อกันเป็นเวลานาน
อธิบดีกรมการแพทย์
กล่าวต่อไปว่า
อาการเมาค้าง ( Hangover )
ในผู้ที่ดื่มสุราและแอลกอฮอล์
ทำให้ปวดศีรษะ
คอแห้ง อาเจียน
กระเพาะอาหารเกิดการระคายเคือง
ความดันโลหิต ลดลง
เกิดภาวะขาดน้ำและขาดสารอาหาร
หัวใจเต้นเร็ว
ดังนั้น
คนที่เป็นโรคหัวใจ
จึงมีอัตราเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากการเมาค้าง
ง่ายกว่าคนปกติ
และเพื่อป้องกันอาการเมาค้าง
จึงไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ขณะท้องว่าง
ควรรับประทานอาหาร
กับแกล้ม
ของขบเคี้ยวสลับการดื่ม
เลี่ยงอาหารไขมันเพราะจะทำให้อาเจียนได้ง่าย
และหลีกเลี่ยงการผสมเครื่องดื่ม
ต่างชนิดเข้าด้วยกัน
สำหรับผู้ที่เกิดอาการเมาค้าง
สามารถบรรเทาอาการเบื้องต้น
ด้วยการเช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำเย็น
และประคบผ้าเย็นบริเวณใบหน้าและศีรษะ
ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ
เพื่อช่วยในการขับแอลกอฮอล์
ออกจากร่างกาย
และป้องกันร่างกายขาดน้ำ
ดื่มน้ำผลไม้คั้นที่มีรสเปรี้ยวจัด
เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว
แก้ไขการอาเจียน
ดื่มน้ำผลไม้สด ๆ
หรือผลไม้สดแช่เย็นช่วยล้างพิษ
และเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือด
ไม่ควรดื่มกาแฟเพื่อบรรเทาอาการเมาค้าง
หากปวดศีรษะมาก
ให้ใช้แอสไพรินบรรเทาอาการ
ห้ามรับประทานพาราเซตามอล
เพราะทั้งแอลกอฮอล์และพาราเซตามอล
มีอันตรายต่อตับหากรับประทานพร้อมกันจะมีอันตรายมากขึ้น
|